รัฐบาลญี่ปุ่นยังเงียบ หลังมีข่าวแทรกแซงตลาด สกัดเงินเยนดิ่งหนัก

แหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทางการญี่ปุ่นได้ตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 เม.ย.) เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วของเงินเยนที่ร่วงไปอยู่ในกรอบบนของระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการเข้าแทรกแซงตลาดครั้งแรกในรอบ 1 ปี 10 เดือน

อย่างไรก็ดี อัตสึชิ มิ มูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ดูแลนโยบายค่าเงินสูงสุดของญี่ปุ่น ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแทรกแซงตลาด โดยกล่าวในวันนี้ว่า “ผมไม่มีความตั้งใจที่จะให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว”

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ค่าเงินเยนดีดตัวแข็งค่าขึ้นเกือบ 5 เยน มาอยู่ที่ระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ก่อนที่ค่าเงินเยนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มิมูระพร้อมด้วย ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างเข้มข้นถึง “มาตรการขั้นเด็ดขาด” เพื่อหยุดยั้งการร่วงลงของเงินเยน หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงไปแตะที่ 160.72 ในตลาดโตเกียว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

กระแสความต้องการดอลลาร์สหรัฐยังคงมีอย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นจะยังคงกว้างต่อไป หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อต้นสัปดาห์นี้

สำหรับการเข้าแทรกแซงตลาดครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยในครั้งนั้นรัฐบาลทุ่มงบประมาณรวม 5.53 ล้านล้านเยน (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพยุงค่าเงินหลังจากเยนอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 38 ปี ที่บริเวณ 162 เยนต่อดอลลาร์

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)