
การที่สหรัฐอเมริกามีแผนขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (EU) อาจทำให้เยอรมนีสูญเสียมูลค่าการผลิตราว 1.5 หมื่นล้านยูโร (1.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะสั้น และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านยูโร (3.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะยาว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก (Kiel Institute for the World Economy หรือ IfW) จากเยอรมนี ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์เบื้องต้นดังกล่าวในวันเสาร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.)
จูเลียน ฮินซ์ ผู้เชี่ยวชาญจาก IfW กล่าวว่า “ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี” ส่วนประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ เช่น อิตาลี สโลวาเกีย และสวีเดน ก็จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 พ.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจาก EU เป็น 25% ตั้งแต่สัปดาห์หน้า โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ที่ EU ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า
ฮิลเดการ์ด มุลเลอร์ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี (VDA) วิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยเตือนว่าจะสร้าง “ภาระหนักอย่างยิ่ง” ต่อความสัมพันธ์ระหว่าง EU กับสหรัฐฯ
มุลเลอร์กล่าวว่า การขึ้นภาษีจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีและยุโรปในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันอยู่แล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน พร้อมกับเรียกร้องให้ EU และสหรัฐฯ กลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วที่สุด และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการค้าที่ตกลงกันไว้
ข้อมูลจาก VDA ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของรถยนต์จากเยอรมนี โดยในปี 2568 เยอรมนีส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 3.17 ล้านคัน ในจำนวนนี้ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 410,000 คัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ก่อนหน้านั้นในปีเดียวกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 พ.ค. 69)





