
รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มอาเซียน ร่วมกับญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์อุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้น พร้อมเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือเพื่อรับมือความเสี่ยงร่วมกัน
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้เพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ประเทศสมาชิกยังคงติดตามความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามบริบทของแต่ละประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การหารือดังกล่าวมีขึ้นนอกรอบการประชุมประจำปีของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (3 พ.ค.)
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ซึ่งร่วมเป็นประธานการประชุม ระบุว่า ประเทศสมาชิกเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค และให้คำมั่นสนับสนุนกันในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
แถลงการณ์ยังเน้นย้ำความสำคัญของระบบพหุภาคี และสนับสนุนระบบการค้าระหว่างประเทศที่ยึดหลักกติกา มีความเป็นธรรม เปิดกว้าง โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ
ในส่วนของจีน แม้ไม่ได้ส่งผู้แทนระดับรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม แต่ยังคงเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย อินโดนีเซีย และบราซิล พร้อมจำกัดการส่งออก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจกระทบสมดุลอุปทานในตลาดโลก
แถลงการณ์ยังระบุว่า ประเทศสมาชิกพร้อมรับมือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยทางการญี่ปุ่นมีรายงานว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมเตือนว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบในวงกว้างและยาวนาน ไม่เพียงเฉพาะตลาดพลังงาน แต่รวมถึงต้นทุนการผลิต โลจิสติกส์ ราคาอาหาร และภาคการท่องเที่ยว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 พ.ค. 69)





