
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.) หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานอย่างฉับพลัน หลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ปรับตัวลง 0.60% แตะที่ระดับ 113.77 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากปิดตลาดพุ่งขึ้นเกือบ 6% ในวันจันทร์ ขณะที่สัญญาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 1.35% แตะที่ระดับ 105.06 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันจันทร์
ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ดูเหมือนจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดในวันจันทร์ หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้จมเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เตือนในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า อิหร่านจะถูกกวาดล้างอย่างสิ้นซาก หากมุ่งเป้าโจมตีเรือของสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า เรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้ลำหนึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ และเสริมว่า “บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้!”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)





