
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ดำเนินการมากขึ้นเพื่อกดดันอิหร่านให้กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างการพบกันของผู้นำทั้งสองในกรุงปักกิ่งสัปดาห์หน้า ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่า ทรัมป์และสีได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่านผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์และการติดต่อสื่อสารกันก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยช่วงเวลาหรือรายละเอียดเพิ่มเติม
เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นจีนเพิ่มบทบาททางการทูตและทำให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบอีกครั้ง พร้อมชี้ว่า จีนซื้อพลังงานจากอิหร่านถึง 90% และเป็นแหล่งเงินทุนให้กับรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด
แม้ยืนยันว่าสหรัฐฯ สามารถควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบดังกล่าว แต่เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้จีน “เข้าร่วมปฏิบัติการระหว่างประเทศ” เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์ในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อพลังงานโลก
คำกล่าวของรมว.คลังสหรัฐฯ มีขึ้นหนึ่งวันหลังทรัมป์ประกาศปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “Project Freedom” เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นโดยพฤตินัย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในช่วงปลายเดือนก.พ.
สำหรับการประชุมสุดยอดซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14-15 พ.ค. นี้ เบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของปธน.ทรัมป์ต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพกับจีน
“ความสัมพันธ์ของเรามีเสถียรภาพอย่างมาก ซึ่งมาจากการที่ผู้นำทั้งสองมีความเคารพซึ่งกันและกัน” เบสเซนต์กล่าว
ด้านปธน.ทรัมป์กล่าวในงานหนึ่งที่ทำเนียบขาวในวันเดียวกันว่า เขารอคอยที่จะได้พบปธน.สี เร็ว ๆ นี้ ใน “การเดินทางที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”
แม้ยังมีประเด็นการค้าและเรื่องอื่น ๆ ที่ค้างคา ท่าทีของทรัมป์ต่อจีนได้ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่พบปะกับสีในเกาหลีใต้เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ ยังคงมีความได้เปรียบเหนือจีนในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และมองว่าการแข่งขันระหว่างสองประเทศเป็นไปในลักษณะ “การแข่งขันที่เป็นมิตร”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)





