
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้มีการพิจารณากฎหมายสำคัญหลายเรื่อง ได้แก่ การออกร่างพระราชกำหนดกู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยจะนำแถลงมติด้วยตนเอง
ขณะเดียวกันที่ประชุมจะนำเรื่องการยกเลิก MOU 2544 เข้าสู่ที่ประชุมด้วย รวมถึงมีการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนว่า จะมีกฎหมายใดบ้างที่จะส่งให้สภานำไปพิจารณาต่อ และยังมีอีกหลายประเด็นย่อย อาทิ ร่างข้อตกลงที่จะไปลงนามในที่ประชุมอาเซียน และ กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
สำหรับการออก พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะนำไปใช้ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะฉุกเฉิน และใช้ในการเปลี่ยนผ่านในเรื่องของการใช้พลังงาน จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ให้หันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น เพราะรัฐบาลตั้งเป้าว่า จะใช้วิกฤตพลังงานในตอนนี้เป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยใช้หลังคาครัวเรือนมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อสร้างฐานการพัฒนาพลังงานในประเทศทั้งระยะกลางและระยะยาว
ส่วนกรณีฝ่ายค้านมีข้อกังวลว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะไม่รอบคอบ น.ส.รัชดา ระบุว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก. ฉะนั้นยืนยันว่า ทุกอย่างสามารถชี้แจงได้ และเงินไม่หายไปอย่างแน่นอน พร้อมยกตัวอย่าง โครงการไทยช่วยไทย และ คนละครึ่งพลัส ว่าจะมีการโอนเงินจากรัฐบาลไปสู่ประชาชนโดยตรง ส่วนการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเป็นการโอนเงินงบประมาณของรัฐไปสู่ภาคประชาชน เงินจึงไม่หายไประหว่างทาง
อย่างไรก็ตามต้อง ขอบคุณฝ่ายค้านด้วยที่หยิบยกประเด็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของความโปร่งใส เพราะเรื่องความโปร่งใสเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)





