คลัง ชงครม.เคาะพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ./ยกเลิก MOU 44/รายงานข้อเสนอแนะ “แลนด์บริดจ์” จาก กสม.

ภาพ: thaigov.go.th

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน โดยวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญวันนี้ ได้แก่

– กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) พ.ศ. 2569 วงเงินราว 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ใน 2 วัตถุประสงค์สำคัญ คือ 1.สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของวิกฤติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งจะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส หรือภายใต้ชื่อใหม่ “ไทยช่วยไทย พลัส” รวมถึงโครงการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ 2.นำมาใช้เพื่อการปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ในการหันมาใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดปริมาณการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เป็นต้น

ซึ่งภายหลังการประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแล้ว นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลงรายละเอียดเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินฯ ดังกล่าวด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี ที่ประชุม ครม.วันนี้ กระทรวงการคลัง จะยังไม่เสนอ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส” ที่ครอบคลุม โครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ ครม. พิจารณา เนื่องจากยังต้องรอสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินงาน โดยคาดว่าจะต้องเสนอต่อที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ใหญ่วันที่ 12 พ.ค.

– กระทรวงการต่างประเทศ เสนอการพิจารณายกเลิก MOU 2544 ซึ่งเป็นบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ซึ่งได้มีการลงนามร่วมกันของ 2 ประเทศมานานกว่า 20 ปี แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้า และไม่สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์, เสนอขอความเห็นชอบ ร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และร่างเอกสารผลลัพธ์ของเวทีทบทวนการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 รวมถึงคำมั่นโดยสมัครใจของประเทศไทย

– กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอร่างระเบียบว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล

– นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้ ครม.พิจารณา ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัย พ.ศ. …

– สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอการร้องขอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ยังมิได้ให้ความเห็นชอบตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ

– สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอขอเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐ

 

วาระเพื่อทราบ :

– ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอรายงานเกี่ยวกับแนวทางการคุ้มครองและเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการ ในกรณีที่หน่วยงานรัฐยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง

– คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รายงานข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง)

– การรายงานผลการตรวจสอบบัญชี และรายงานการเงินประจำปีงบประมาณ 2568 จากหน่วยงานสำคัญ อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.)

 

นอกจากนี้ ยังมีวาระการแต่งตั้งในหลายหน่วยงาน เช่น

– กระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตจาก 5 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ, มองโกเลีย, ปาเลสไตน์, ไอร์แลนด์ และนอร์เวย์

– กระทรวงการคลัง เสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับทรงคุณวุฒิ 2 ราย

– สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)