
เซเยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เปิดเผยว่า การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติได้ ก็ต่อเมื่อสงครามจากสหรัฐฯ–อิสราเอลยุติลงอย่างถาวร พร้อมทั้งยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรที่อิหร่านมองว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) อารักชีระบุในจดหมายถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยวิจารณ์ร่างมติที่สหรัฐฯ และบาห์เรนเสนอเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงว่าเป็นความพยายามฝ่ายเดียวและมีลักษณะยั่วยุ
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และประเทศอาหรับหลายประเทศได้ประชุมกันที่สำนักงานใหญ่ UN ในนิวยอร์กเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) เพื่อหารือร่างมติฉบับใหม่ที่มุ่งรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเนื้อหาในร่างมติมีการเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตี หยุดวางทุ่นระเบิดและเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม อารักชีระบุว่า ร่างมติดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเขามองว่าเป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอล “รุกรานทางทหารและใช้กำลังอย่างผิดกฎหมาย” ต่ออิหร่าน โดยเขาระบุว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของร่างมตินี้คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมายของสหรัฐฯ ทั้งในอดีตและปัจจุบันในพื้นที่แถบอ่าวและช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ อารักชียังเรียกร้องให้ประชาคมโลกไม่ปล่อยให้คณะมนตรีความมั่นคงถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายผู้รุกราน หรือใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย
รายงานระบุว่า อิหร่านได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. โดยห้ามเรือที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ผ่านเส้นทางดังกล่าว ภายหลังเหตุโจมตีร่วมต่อดินแดนอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามเรือที่เดินทางเข้า–ออกท่าเรืออิหร่านใช้เส้นทางดังกล่าว หลังการเจรจาหลังการหยุดยิงกับอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11–12 เม.ย. ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 69)





