จีนเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่อง หลังราคาปรับฐานจากสงครามตะวันออกกลาง

ธนาคารกลางจีนเดินหน้าเพิ่มการถือครองทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องในเดือนเม.ย. โดยซื้อทองคำเพิ่มอีก 260,000 ออนซ์ ส่งผลให้เป็นการเข้าซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 18 และนับเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568

ข้อมูลจากสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐ (SAFE) ของจีนที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ระบุว่า ปริมาณทองคำสำรองทั้งหมดของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 74.6 ล้านออนซ์ ณ สิ้นเดือนเม.ย.

การซื้อทองคำในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 160,000 ออนซ์ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบเดิมที่ธนาคารกลางจีนมักจำกัดการซื้อไว้ไม่เกิน 100,000 ออนซ์ต่อเดือน ขณะที่การซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 330,000 ออนซ์ในเดือนธ.ค. 2567

การสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องของจีนสอดคล้องกับแนวโน้มของธนาคารกลางทั่วโลกที่เร่งเพิ่มการถือครองทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวลง แม้ตลาดทองคำยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

ราคาทองคำในเดือนเม.ย. เคลื่อนไหวผันผวน หลังอ่อนตัวลงจากระดับสูงในช่วงต้นปี 2569 ก่อนปิดสิ้นเดือนเม.ย.ที่ราว 4,620 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในตลาดลอนดอน หลังจากแตะระดับต่ำสุดระหว่างเดือนที่ 4,510 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 10% ในเดือนมี.ค. จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนบางส่วนเทขายทองคำออกมา แต่ธนาคารกลางหลายประเทศกลับใช้จังหวะดังกล่าวเข้าซื้อเพิ่ม

รายงานของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 244 ตันในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบรายปี และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ค. 69)