
อาเซียน (ASEAN) เห็นชอบเพิ่มความร่วมมือด้านกิจการทางทะเล และเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านประเด็นทางทะเล โดยฟิลิปปินส์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอาจช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยกรณีการปิดช่องแคบฮอร์มุซในทะเลจีนใต้
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน เปิดเผยว่า กลุ่มอาเซียนจะจัดตั้ง “ศูนย์กลางข้อมูลด้านประเด็นทางทะเลและนโยบายทางทะเล” เพื่อใช้เป็นกรอบกำกับดูแลของกลุ่ม 11 ประเทศ โดยฟิลิปปินส์เสนอให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวในประเทศของตน
มาร์กอสระบุว่า ศูนย์ประสานงานทางทะเลอาเซียน (Asean Maritime Center) จะมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัย เสรีภาพในการเดินเรือ และความเป็นระเบียบในทะเลจีนใต้ รวมถึงติดตามปัญหาการประมงผิดกฎหมาย การลักลอบขนสินค้า และการค้ามนุษย์
เขาอธิบายว่า ปริมาณการเดินเรือในทะเลจีนใต้มีจำนวนมหาศาล แต่ปัจจุบันแต่ละประเทศยังดำเนินการติดตามและกำกับดูแลแยกกัน ทำให้จำเป็นต้องมีระบบกลางในการบริหารจัดการ
มาร์กอสยังชี้ว่า เหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากความขัดแย้งในอิหร่านได้สะท้อนความสำคัญของเส้นทางเดินเรือโลก โดยประเทศอาเซียนได้รับผลกระทบจากความผันผวนของการขนส่งน้ำมันดิบและปุ๋ย ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากเกิดสถานการณ์ลักษณะเดียวกันในทะเลจีนใต้ ผลกระทบจะรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้านี้ ภูมิภาคยังเผชิญความกังวล หลังอินโดนีเซียเสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านช่องแคบมะละกา ก่อนจะยกเลิกอย่างรวดเร็ว โดยสิงคโปร์และมาเลเซียย้ำว่าช่องแคบดังกล่าวต้องเปิดใช้งานอย่างเสรี
แผนตั้งศูนย์ทางทะเลอาเซียนอาจสร้างความไม่พอใจต่อจีน ซึ่งมีข้อพิพาทด้านอธิปไตยในทะเลจีนใต้กับฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญและมีทรัพยากรพลังงาน รวมถึงมูลค่าการขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาลต่อปี
อย่างไรก็ตาม มาร์กอสยืนยันว่าการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเผชิญหน้าหรือกดดันประเทศใดประเทศหนึ่ง
นอกจากนี้ อาเซียนยังเห็นชอบเร่งกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงแบ่งปันเชื้อเพลิงที่จัดทำตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งยังไม่เคยถูกนำมาใช้จริง พร้อมเสนอแนวคิดตั้งคลังเชื้อเพลิงร่วมเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในอนาคต
มาร์กอสระบุว่า แนวคิดดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยจะครอบคลุมเชื้อเพลิงหลายประเภทตั้งแต่น้ำมันดิบ น้ำมันเครื่องบิน ไปจนถึงเชื้อเพลิงสำเร็จรูป แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เช่น สถานที่จัดเก็บและแนวทางการจัดสรรในช่วงวิกฤต
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ค. 69)





