BAFS โชว์กำไร Q1/69 โต 6% ฝ่าวิกฤตพลังงาน รับอานิสงส์บินในประเทศคึกคักทะลุระดับก่อนโควิด

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ [BAFS] เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานโลก ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ BAFS ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจ มุ่งบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลในไตรมาสนี้ BAFS มีรายได้รวม 967 ล้านบาท มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 14% และมี EBITDA จำนวน 532.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 69 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศโดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียที่ยังคงแข็งแกร่ง จะเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อการปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทางของสายการบิน แต่ปริมาณการให้บริการน้ำมันในภาพรวมยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ซึ่งขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาอยู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ขณะที่เส้นทางยุโรปยังคงเติบโตได้ดีที่ 8% เส้นทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดหลัก ยังคงขยายตัว 3% ขณะที่เส้นทางตะวันออกกลาง แม้จะได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังคงสามารถเติบโตได้ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการเติบโตของ BAFS GROUP มีปัจจัยมาจากการดำเนินกลยุทธ์ขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจ Aviation แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึงในทุกภูมิภาค แต่ปริมาณการให้บริการโดยรวมยังคงเติบโต โดยมีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 5,560 ล้านลิตร

กลุ่มธุรกิจ Utilities รายได้รวมจำนวน 102.9 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บน้ำมันและรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน ทั้งนี้ การลดลงของปริมาณการขนส่งมีสาเหตุหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่ตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ท่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มธุรกิจ Power รายได้รวม จำนวน 74 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า และขณะเดียวกันมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับลดลง 4%

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 69 ของ BAFS ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัท ความสามารถในการบริหารองค์กร การบริหารความเสี่ยง การจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ระดับ BBB(tha) พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) นับเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งด้านการเงินของ BAFS และบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจรและผู้นำด้านธุรกิจบริการพลังงานของประเทศ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 พ.ค. 69)