
ธนาคารกลางฝรั่งเศสได้ทำการสำรวจความเห็นของบรรดาผู้นำธุรกิจจำนวน 8,500 ราย โดยพบว่า เศรษฐกิจของฝรั่งเศสเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ฉุดรั้งการเติบโตและทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
ผลการสำรวจภาคธุรกิจรายเดือนของธนาคารกลางฝรั่งเศสบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างขยายตัวช้าลงในเดือนเม.ย. และอาจจะปรับตัวลดลงในเดือนพ.ค. ส่วนในภาคบริการนั้น บริษัทต่าง ๆ รายงานว่ากิจกรรมในภาคส่วนนี้หยุดชะงัก และคาดว่าจะหดตัวลงในเดือนพ.ค.
สำหรับสัดส่วนของบริษัทที่ปรับขึ้นราคาสินค้า เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกภาคส่วน โดย 13% ของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมรายงานว่าประสบปัญหาด้านการจัดหาอุปทาน
ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทต่าง ๆ คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครนได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางฝรั่งเศสระบุว่ามาตรวัดนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และบรรดาผู้นำธุรกิจยังได้ส่งสัญญาณว่าจะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนไว้เอง โดยยอมให้อัตรากำไรลดน้อยลง
การเปิดเผยผลสำรวจดังกล่าวตอกย้ำถึงภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) รายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่า เศรษฐกิจไม่มีการขยายตัวในไตรมาส 1/2569 สวนทางกับที่ธนาคารกลางคาดการณ์ว่าจะมีการขยายตัว 0.3%
นอกจากนี้ INSEE ยังเปิดเผยในวันนี้ว่า อัตราการว่างงานของฝรั่งเศสพุ่งขึ้นแตะระดับ 8.1% ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 7.8% โดยจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ และเป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซน ยังคงอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ แม้ในช่วงก่อนที่สงครามอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 69)





