
วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 อนุมัติการแต่งตั้ง เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ส่งผลให้นักการเงินวัย 56 ปีผู้นี้ก้าวขึ้นมากำกับดูแลธนาคารกลางในช่วงเวลาที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน อันเนื่องมาจากภาวะเงินเฟ้อสูงและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์
การรับรองดังกล่าวเกิดหลังจากวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากได้ลงมติเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) เพื่ออนุมัติให้วอร์ชดำรงตำแหน่งสมาชิกของคณะผู้ว่าการเฟดซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 7 คนและมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี ส่วนการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดและสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดอย่างเป็นทางการนั้น กำลังรอการลงนามขั้นสุดท้ายจากทำเนียบขาว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า วอร์ชจะเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระในวันศุกร์นี้ (15 พ.ค.) โดยแม้ว่าพาวเวลจะก้าวลงจากตำแหน่งประธาน แต่เขายังคงปฏิบัติหน้าที่ในคณะผู้ว่าการเฟดต่อไปในฐานะผู้ว่าการ
วอร์ช เกิดเมื่อปี 2513 เป็นนักกฎหมายและนักการเงินซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดมาแล้วระหว่างปี 2549 จนถึงปี 2554 โดยมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับวิกฤตการเงินโลกในช่วงเวลานั้น ส่วนการกลับมาดำรงตำแหน่งในคณะผู้ว่าการเฟดครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับความเป็นอิสระทางการเมืองของเฟด
ทั้งนี้ คาดว่าวอร์ชจะทำหน้าที่ประธานเฟดในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งแรกในวันที่ 16-17 มิ.ย.นี้
การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เฟดกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ด้านเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (10 พ.ค.) ว่า เขาเชื่อว่าตลาดมีความหวังว่าวอร์ชจะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเวลาผ่านไป
“แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับข้อมูล ผมไม่ได้กดดันเควิน วอร์ช แต่อย่างใด” แฮสเซตต์กล่าว และเสริมว่า “เรารู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดและมีความสามารถอย่างมาก ซึ่งสามารถโน้มน้าวใจกรรมการเฟดได้เป็นอย่างดีเมื่อเขาพูดคุยด้วย”
เมื่อไม่นานมานี้ วอร์ชได้ส่งสัญญาณถึงความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเฟด ซึ่งรวมถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และการลดขนาดงบดุลของเฟด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 69)





