เงินบาทเปิด 32.34 ทรงตัวจากวานนี้ ตลาดรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ-ถ้อยแถลง จนท.เฟด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.34 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงปิดของเมื่อวานที่ระดับ 32.35 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways แต่มีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการ ทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และจังหวะย่อตัวลงบ้างของราคาทองคำ

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออก กลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการ ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” นายพูน ระบุ

วันนี้ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดค้าปลีก เดือนเม.ย. รวมถึงรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการ การว่างงาน และคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 พร้อมกับติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง สหรัฐ (FED) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED อีกทั้งรอติดตามการเจรจา Trump-Xi summit ควบคู่ไปกับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมี ความไม่แน่นอนอยู่สูง นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.88 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 157.86 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1710 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1700 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.356 บาท/ดอลลาร์
  • “ปธ.สภาฯ” ส่งคำร้อง “ฝ่ายค้าน” ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทถึงมือ “ศาล รธน.” แล้ว “ปชน.” จี้ “โสภณ” บรรจุวาระเสนอญัตติตั้ง กมธ.ใช้เงินกู้ เปิดทางรัฐบาลแจงความจริงใจต่อ ปชช. “อภิสิทธิ์” ซัด รบ.กู้เงินเพิ่มความเสี่ยง ทาง ศก. หวั่น 4 เดือนใช้เงินหมดวิกฤตยัง ไม่คลี่คลาย
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อ ป้องกันไม่ให้ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อค่าจ้างแรงงาน และราคาสินค้าในยูโรโซน
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็น การปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% โดยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากกระทรวงเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7%
  • ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (13 พ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและอาจทำให้ธนาคาร กลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (13 พ.ค.) โดยราคาทองฟื้นตัวหลังจากที่ปรับตัวลงในระหว่างวัน อันเนื่องมา จากความกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตา ความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค.
  • ประธานเฟดสาขาบอสตันกล่าวว่า เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่ลดลง
  • นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอด ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงปักกิ่งใน วันที่ 14-15 พ.ค. โดยในการประชุมครั้งนี้ จะมีการเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง “เปิดรับ” ธุรกิจของสหรัฐฯ และรักษาข้อตกลง สงบศึกทางการค้า ระหว่าง 2 ประเทศ
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรอง “เควิน วอร์ช” ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนถัดไป และเปิด ทางให้เขาเข้ารับตำแหน่งแทนเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้ (15 พ.ค.) โดยขณะนี้ ทุกฝ่ายกำลังจับตาว่า “วอร์ช” จะสามารถรักษาคำมั่นในการคงความเป็นอิสระของเฟดในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้หรือไม่ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ วิจารณ์ “พาวเวล” อย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้เฟดปรับลดต้นทุนการกู้ยืมเร็วขึ้น
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 69)