การเมืองลัตเวียระอุ นายกฯ ประกาศทิ้งเก้าอี้ หลังพรรคร่วมถอนตัว ทำรัฐบาลหมดสภาพ

นายกรัฐมนตรีเอวิกา สิลิญา แห่งลัตเวีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ (14 พ.ค.) หลังจากรัฐบาลผสม 3 พรรคเกิดการล่มสลาย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากพรรคก้าวหน้า (Progressive) เรียกร้องให้ประธานาธิบดีลัตเวียเริ่มกระบวนการหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยระบุว่าคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของสิลิญาหมดความสามารถในการบริหารงานแล้ว พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ในขณะนี้เหลือเพียง 2 ทางเลือก คือ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก หรือต้องเผชิญกับการลงมติไม่ไว้วางใจในสภา

ภายหลังการหารือร่วมกับพรรคก้าวหน้า สิลิญาระบุว่า ตนได้เสนอให้รัฐบาลผสมเดินหน้าทำงานต่อไป แต่ทางพรรคยืนยันว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคนิว ยูนิตี (New Unity) ไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางพรรคอีกต่อไป

ด้านพรรคยูเนียน ออฟ กรีนส์ แอนด์ ฟาร์เมอร์ส (Union of Greens and Farmers) ระบุเมื่อวันพุธ (13 พ.ค.) ด้วยว่า การถอนตัวของพรรคก้าวหน้าทำให้รัฐบาลสิ้นสภาพลงโดยปริยาย และการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า

ความตึงเครียดระหว่างพรรคนิว ยูนิตี ของสิลิญา และพรรคก้าวหน้า ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสิลิญาสั่งปลดอันดริส สพรุดส์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคก้าวหน้า เมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ที่ผ่านมา โดยการสั่งปลดดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์โดรนต่างชาติ 2 ลำ ตกใส่คลังเก็บน้ำมันของลัตเวีย จนส่งผลให้ถังเก็บน้ำมันเปล่าได้รับความเสียหาย

ประธานาธิบดีลัตเวียเปิดเผยว่า ตนมีแผนจะเข้าพบตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองในสภาเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน พร้อมเสริมว่าลัตเวียจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่ทำงานได้และได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา แม้การเลือกตั้งทั่วไปจะเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนก็ตาม

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 69)