
นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส [FSMART] กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ร่วมกับ บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น [FORTH] เพื่อประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการด้านการซื้อ ขาย และเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบและบริการที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะจัดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/69
การร่วมลงทุนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทไปสู่ธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ พร้อมต่อยอดการพัฒนาระบบและบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต โดยอาศัยจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของกลุ่มบริษัทในการพัฒนาธุรกิจร่วมกันเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
บริษัทร่วมทุนดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดย FSMART ถือหุ้น 51% และ FORTH ถือหุ้น 49% ซึ่งแหล่งเงินทุนสำหรับการเข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้จะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
กลุ่ม FSMART และ FORTH มองเห็นโอกาสของธุรกิจ PropTech ที่ใช้งานง่าย มั่นคง ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มให้ข้อมูลซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่สามารถต่อยอดสู่บริการดิจิทัลและระบบชำระเงินแบบครบวงจร เพื่อสร้างรายได้จากค่าบริการ รายได้จากค่าสมาชิก เชื่อว่าจะเป็น New Growth ที่ช่วยปลดล็อกตลาดอสังหาริมทรัพย์และสร้างการเติบโตระยะยาว ขณะที่กลุ่ม FORTH มีพาร์ทเนอร์ครอบคลุมการให้บริการทุกด้าน อีกทั้งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวม 632 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 135.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.18 บาท โดยในไตรมาสนี้ยังคงเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อครบวงจร ที่มีรายได้ดอกเบี้ย 83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,401 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยบริษัทฯ สามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระดับ NPL อยู่ที่ 6%
ขณะที่ธุรกิจเติมเงิน-รับชำระเงินอัตโนมัติและบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักยังคงมีเสถียรภาพจากเครือข่าย “ตู้บุญเติม” จำนวน 115,381 ตู้ ครอบคลุมทุกชุมชนทั่วประเทศ รองรับบริการทางการเงินครบวงจรผ่านการเป็นตัวแทนธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ทั้งบริการฝาก ถอน โอนเงินสด และบริการยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) โดยในไตรมาสนี้มีมูลค่าธุรกรรมผ่านตู้รวม 9,054 ล้านบาท และบริษัทเตรียมที่จะเพิ่มการเป็นตัวแทนธนาคารพาณิชย์ 1 แห่งภายในไตรมาส 2/69
ส่วนธุรกิจเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “GINKA Charge Point” ปัจจุบันขยายแล้ว 596 หัวชาร์จทั่วประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 หัวชาร์จภายในปีนี้ ขณะที่ “เต่าบิน” ซึ่งบริหารโดย บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด มีจำนวนติดตั้ง 7,819 ตู้ทั่วประเทศ สร้างยอดขายรวม 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากการขยายจำนวนตู้ การคัดเลือกทำเลติดตั้งที่มีศักยภาพ และแคมเปญที่ช่วยสนับสนุนการใช้งานซ้ำและการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักอย่างธุรกิจเติมเงิน พร้อมขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ และต่อยอดธุรกิจใหม่ เพื่อเสริมฐานรายได้ที่ยั่งยืน และยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





