
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนตกลงที่จะซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ โดยการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ปธน.ทรัมป์เสร็จสิ้นการหารือกับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมสุดยอดวันแรกที่กรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.)
ราคาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 1.49% แตะระดับ 107.30 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 1.55% แตะที่ระดับ 102.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่า จีนได้ตกลงที่จะซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ โดยการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ทั้งสองชาติพยายามผลักดันให้เกิดการทำข้อตกลงทั้งในด้านการค้าและธุรกิจ
“จีนตกลงแล้วว่าต้องการซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ พวกเขาจะไปที่รัฐเท็กซัส เรากำลังจะเริ่มส่งเรือจากจีนไปยังเท็กซัส ลุยเซียนา และอะแลสกา” ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ซึ่งออกอากาศในวันพฤหัสบดี
ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังจากที่ปธน.ทรัมป์และปธน.สีเห็นพ้องร่วมกันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้มีการสัญจร ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.สีได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจีนคัดค้านการส่งกำลังทหารเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงคัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเก็บค่าผ่านทางในการใช้งานช่องแคบแห่งนี้
ปธน.ทรัมป์และปธน.สีจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดวันที่ 2 ณ กรุงปักกิ่งในวันนี้ (15 พ.ค.) ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการที่จีนจะเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





