
เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์กทีวีในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า การประชุมทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ไม่ได้มีการหารือเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออกชิปของสหรัฐฯ ไปยังจีน โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่หัวข้อสำคัญบนโต๊ะเจรจา
เกรียร์กล่าวเพิ่มเติมว่า เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดีย (Nvidia) ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายจีน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด พร้อมระบุว่า การตัดสินใจว่าจะซื้อชิปของอินวิเดียหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจีน
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินวิเดียได้รับอนุมัติให้จำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H200 ซึ่งเป็นชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดอันดับ 2 ของบริษัท ให้แก่บริษัทจีน 10 แห่ง แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจำหน่ายเกิดขึ้นก็ตาม
ในด้านการค้า เกรียร์ระบุว่า เขาคาดหวังให้จีนให้คำมั่นซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม และกล่าวว่าจีนยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีในการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เกรียร์ยังมองว่า ประเด็นไต้หวันไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้า แม้ว่าจีนส่งสัญญาณว่าไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการหารือระหว่างสองประเทศครั้งนี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้พบปะหารือกันที่กรุงปักกิ่งเมื่อวานนี้ และมีกำหนดหารือต่อในวันนี้ โดยแม้รายละเอียดของการเจรจาจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ทรัมป์ได้แสดงท่าทีเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
การเยือนจีนครั้งนี้ของทรัมป์มีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมเดินทางด้วย ทั้ง อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla), เจนเซน หวง จากอินวิเดีย (Nvidia) และ ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล (Apple)
การปรากฏตัวของหวงยิ่งกระตุ้นความคาดหวังว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีนเพิ่มเติม หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อสกัดจีนจากการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูง
ที่ผ่านมา จีนวิจารณ์มาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเร่งผลักดันการพึ่งพาตนเองด้าน AI มากขึ้น โดยบริษัทพัฒนา AI รายใหญ่หลายแห่ง รวมถึงดีปซีค (DeepSeek) ได้ใช้ชิปของหัวเว่ย (Huawei) ในการพัฒนาโมเดล AI รุ่นล่าสุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





