
นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอ็น.ดี. รับเบอร์ [NDR] เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1/69 บริษัทฯมีรายได้รวมอยู่ที่ 260.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิของงบรวมอยู่ที่ 11.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10.30% จากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) เพิ่มขึ้นจาก 1.87% เป็น 4.60%
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่ม High Margin การขยายตลาดในประเทศ การเพิ่มฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ และการบริหาร Product Mix ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นและไม่มีรายการด้อยค่าหรือ write-off พิเศษ
“ผลประกอบการไตรมาส 1 สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งด้านรายได้และความสามารถในการทำกำไร จากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า High Margin มากขึ้น รวมถึงการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 22.12% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา แม้ต้นทุนขายยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 4 แต่ปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาส 4 ของทุกปีจะมีรายการ write-off obsolete stock ของบริษัทย่อยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นรายการตามรอบบัญชีประจำปี ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1 ฟื้นตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน” นายชัยสิทธิ์ กล่าว
นายชัยสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังยังมีความเสี่ยงเรื่องต้นทุนเนื่องจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง แต่ก็ยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบให้ไม่เพิ่มมากจนเป็นปัญหาต่อผลประกอบการด้วยมาตรการที่ได้มีการเตรียมพร้อมไว้ อีกทั้งยังจะได้ผลดีต่อเนื่องจากการเติบโตของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ,Product Mix ที่เน้นสินค้า Margin สูงมากขึ้นและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นหลังการลงทุนในช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากราคาพลังงานและวัตถุดิบ ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ต้นทุนโลจิสติกส์และอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจผันผวนในระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทมีแผนบริหารความเสี่ยงผ่าน การบริหารสต๊อกวัตถุดิบ การกระจายฐานซัพพลายเออร์ และการเพิ่มสัดส่วนสินค้า High Margin
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)




