รายงานประชุมชี้ RBA ขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในเดือนพ.ค.เพื่อประเมินภาคครัวเรือน

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนพ.ค. โดยระบุว่า การที่คณะกรรมการ RBA ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมดังกล่าวนั้น จะช่วยให้คณะกรรมการมีพื้นที่ในการติดตามดูว่าภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนของออสเตรเลียมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น

รายงานการประชุมประจำวันที่ 4-5 พ.ค.ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันนี้ (19 พ.ค.) ระบุว่า “แม้ยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ภาวะทางการเงินมีแนวโน้มที่จะตึงตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากการตัดสินใจในการประชุมครั้งนี้”

รายงานการประชุมบ่งชี้ว่า กรรมการ RBA ได้มีการอภิปรายกันว่าควรจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยท้ายที่สุดคณะกรรมการ RBA ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 9 คน มีมติ 8 ต่อ 1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.35% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 3

ทั้งนี้ รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้คณะกรรมการมีพื้นที่ในการประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะพัฒนาไปอย่างไร และภาคครัวเรือนรวมถึงภาคธุรกิจจะมีการตอบสนองอย่างไร ขณะเดียวกันคณะกรรมการก็ตระหนักว่าการดำเนินนโยบายของ RBA ไม่สามารถทำให้ทิศทางของเงินเฟ้อในระยะใกล้เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ รายงานการประชุมยังแสดงให้เห็นว่า การที่กรรมการ RBA ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะกลางและระยะยาวจะหลุดจากกรอบนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

สำหรับการประชุมเมื่อวันที่ 4-5 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ RBA มีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 4.35% ซึ่งเป็นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 และสะท้อนให้เห็นว่า RBA ยังคงมุ่งมั่นที่จะควบคุมเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง

RBA ระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมวันดังกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดต่อกัน 3 ครั้ง ทำให้นโยบายการเงินในขณะนี้อยู่ในระดับเหมาะสมที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมระบุว่า คณะกรรมการยังคงมุ่งเน้นในภารกิจการสร้างเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และจะดำเนินการในสิ่งที่พิจารณาแล้วว่าจำเป็น เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ดังกล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)