
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การบริหารงบประมาณ และภารกิจของรัฐบาล
โดยภายใต้การปรับปรุงครั้งนี้ ได้มีการปรับแผนก่อหนี้ใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 1,259,382.87 ล้านบาท เป็น 1,480,582.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221,220 ล้านบาท ขณะที่แผนบริหารหนี้เดิมปรับลดลงจากประมาณ 1,644,431.09 ล้านบาท เหลือ 1,620,471.09 ล้านล้านบาท ลดลงกว่า 23,960 ล้านบาท ส่วนแผนการชำระหนี้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 533,526.25 ล้านบาท เป็น 561,194.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 27,668 ล้านบาท
ทั้งนี้ ครม. ได้อนุมัติการบรรจุโครงการ/รายการเพิ่มในแผนหนี้สาธารณะ 4 โครงการซึ่งเป็นโครงการที่ ครม. อนุมัติแล้ว เช่น เงินกู้เพื่อดำเนินแผนโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานฯ 200,000 ล้านบาท เงินกู้ระยะยาวเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศของ กองทุนน้ำมันฯ 20,000 ล้านบาท
น.ส.รัชดา ยืนยันว่า การปรับปรุงแผนฯครั้ง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะอยู่ที่ 68.03 % ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70 % ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างมีเสถียรภาพ และยังมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์จำเป็นในอนาคต
“การปรับแผนครั้งนี้เป็นการทบทวนให้สอดคล้องกับการใช้งบประมาณตามภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่รัฐบาลยังคงยึดกรอบวินัยการคลังเป็นหลักสำคัญ ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เครื่องมือทางการคลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กับการรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ” น.ส.รัชดา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาระสำคัญของการปรับแผนบริหารหนี้ฯ อยู่ที่การปรับปรุงให้สอดรับกับภารกิจด้านการลงทุน การบริหารสภาพคล่อง และการกู้เงินของหน่วยงานรัฐบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปตามภารกิจ และความพร้อมของโครงการทั้งหมด ซึ่งการดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารหนี้ที่รอบคอบ และอยู่บนหลักการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลมีการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและดำเนินให้การบริหารหนี้สาธารณะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)




