
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) ซึ่งจะใช้วงเงินราว 1.76 แสนล้านบาท จากวงเงิน 2 แสนล้านบาทในก้อนแรก ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยังมีวงเงินเหลือในก้อนแรกอีก 2.4 หมื่นล้านบาทนั้น การจะพิจารณาว่าจะนำเงินในส่วนที่เหลือ ไปใช้ดำเนินโครงการใด จะต้องให้แต่ละกระทรวงไปพิจารณาว่า แต่ละโครงการที่เสนอเข้ามา มีโครงการใดที่วัตถุประสงค์สอดคล้องกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้หรือไม่ ซึ่งหากวัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกัน ก็สามารถเสนอคำขอใช้วงเงินเข้ามาได้
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ มีการเสนอคำขอโครงการในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทในก้อนหลังเข้ามาแล้ว ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรอง จะได้พิจารณาว่าแต่ละโครงการที่ยื่นเข้ามา มีความสอดคล้องกับวงเงินในก้อนแรก หรือก้อนหลังมากกว่ากัน
สำหรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ไปช่วยดูแลกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีนั้น นายลวรณ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย จะเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ โดยไปเก็บตกประชาชนผู้ตกหล่นว่าจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)




