อีโบลาระบาดคองโก เสียชีวิตพุ่งแตะ 131 ราย WHO กังวลการระบาดลุกลามรวดเร็ว

องค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) หลังทางการรายงานพบผู้เสียชีวิตต้องสงสัยเพิ่มอีก 26 รายภายใน 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 131 ราย

กระทรวงสาธารณสุขคองโกระบุว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยสงสัยสะสม 543 ราย และยืนยันการติดเชื้อแล้ว 33 ราย ขณะที่ยูกันดา ซึ่งมีพรมแดนติดกับคองโก พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 2 ราย

ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ณ นครเจนีวาว่า WHO มีความกังวลอย่างยิ่งต่อขนาดและความรวดเร็วของการระบาดครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ประกาศให้การระบาดของเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินก่อนเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉิน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแสดงความกังวลต่อการระบาดครั้งนี้ เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและเผชิญความรุนแรงจากความขัดแย้งทางอาวุธ

ขณะที่แอนน์ แอนเซีย ผู้แทน WHO ประจำคองโก กล่าวว่า การตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อยังเผชิญข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัยเชื้อสายพันธุ์บุนดิบูเกียว โดยสามารถตรวจได้เพียง 6 ตัวอย่างต่อชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ทางการยูกันดาเริ่มจำกัดการเดินทางผ่านจุดผ่านแดนอิชาชา-เคียเชโร แม้ยังไม่มีการประกาศปิดพรมแดนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ WHO เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ หลีกเลี่ยงมาตรการปิดพรมแดน เนื่องจากอาจทำให้เกิดการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางที่ยากต่อการควบคุม

WHO ระบุว่า เชื้ออีโบลาสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อหรือสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง และมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 50%

ก่อนหน้านี้ คองโกเคยเผชิญการระบาดของอีโบลาในช่วงปี 2561-2563 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,300 ราย

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความล่าช้าในการตรวจพบการระบาดสะท้อนช่องโหว่ด้านความพร้อมรับมือ หลังสหรัฐฯ และประเทศผู้บริจาครายใหญ่หลายแห่งปรับลดงบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขโลก

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)