ทรัมป์เบรกทีมเจรจาไม่ต้องรีบปิดดีลอิหร่าน ลั่นเวลาอยู่ข้างสหรัฐฯ ย้ำข้อตกลงต้องไร้นิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) โดยกำชับให้ทีมเจรจาของตนไม่ต้องรีบร้อนบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ กำลังได้เปรียบ และอิหร่านต้องไม่พัฒนาหรือครอบครองอาวุธและระเบิดนิวเคลียร์

ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “การเจรจากำลังดำเนินไปอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ ซึ่งผมได้แจ้งกับตัวแทนของผมแล้วว่าไม่ต้องรีบปิดดีล เนื่องจากเวลาอยู่ข้างเรา” และ “ทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาและทำทุกอย่างให้ถูกต้อง จะต้องไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด!”

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า มาตรการปิดล้อมท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลง ได้รับการรับรอง และลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการ

ทรัมป์ย้ำผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า อิหร่านต้องตระหนักว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ “พัฒนาหรือครอบครองอาวุธและระเบิดนิวเคลียร์”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังปธน.ทรัมป์ เพิ่งออกมาเปิดเผยว่า ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน “คืบหน้าไปมากแล้ว” โดยเหลือเพียงขั้นตอนสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้จะรวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ทรัมป์ระบุในอีกโพสต์หนึ่งว่า “หากผมจะทำข้อตกลงกับอิหร่าน มันจะต้องเป็นข้อตกลงที่ดีและเหมาะสม ไม่เหมือนกับที่โอบามาเคยทำไว้ ซึ่งเป็นการประเคนเงินสดมหาศาลให้อิหร่าน แถมยังเปิดทางสะดวกให้พวกเขาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

ทั้งนี้ อิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันเมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังเปิดฉากสู้รบอย่างดุเดือดนาน 40 วัน ซึ่งชนวนเหตุเริ่มมาจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

หลังจากมีการประกาศหยุดยิง คณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากเจรจาสันติภาพรอบแรกขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 และ 12 เม.ย. แต่ในตอนนั้นยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้

อย่างไรก็ดี ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายได้ส่งข้อเสนอและเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้งหลายครั้ง โดยมีปากีสถานเป็นผู้ประสานงานให้มาโดยตลอด

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ค. 69)