จีนกวาดล้างซื้อขายหุ้นข้ามพรมแดนเสี่ยงกระทบสินทรัพย์ในฮ่องกงถึง 3.2 หมื่นล้านดอลล์

บริษัทซิติก ซิเคียวริตีส์ (Citic Securities) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ของจีน เตือนว่า การที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกวาดล้างการซื้อขายหุ้นข้ามพรมแดนครั้งล่าสุดซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการควบคุมเงินทุนไหลออกนั้น อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ในฮ่องกงเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) ว่า CSRC จะดำเนินการกวาดล้างบริษัท ไทเกอร์ โบรกเกอร์ส (นิวซีแลนด์) (Tiger Brokers (NZ), บริษัท ฟูตู ซีเคียวริตีส์ อินเตอร์เนชันแนล (ฮ่องกง) (Futu Securities International (Hong Kong) และบริษัท ลองบริดจ์ ซีเคียวริตีส์ (ฮ่องกง) เนื่องจากพบว่าทั้ง 3 บริษัทมีการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายและกฎระเบียบของจีนที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ กองทุน และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งบ่อนทำลายความเป็นระเบียบในตลาด

นอกจากนี้ CSRC มีแผนที่จะยึดรายได้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมายทั้งหมดจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับบริษัทโบรกเกอร์ทั้ง 3 แห่ง รวมทั้งจะกำหนดบทลงโทษอย่างรุนแรงตามกฎหมาย

ซิติกประเมินว่า สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ เป็นของฟูตู ซีเคียวริตีส์ ประมาณ 1.5 – 1.8 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง และเป็นของไทเกอร์ โบรกเกอร์ส ประมาณ 4.5 -5 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง และเมื่อนับรวมบริษัทหลักทรัพย์รายอื่น ๆ ที่ถูกปราบปรามในครั้งนี้ด้วยแล้ว มูลค่าความเสียหายรวมทั้งตลาดอาจสูงถึง 2 – 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง

การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวที่สุดของรัฐบาลจีนในการควบคุมไม่ให้พลเมืองเข้าถึงตลาดต่างประเทศผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ยังคงถูกจำกัดภายใต้มาตรการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดของจีน โดยมาตรการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีนักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พยายามแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในตลาดสหรัฐฯ และตลาดอื่น ๆ ในต่างประเทศ เนื่องจากตลาดหุ้นจีนส่วนใหญ่ทำผลงานล้าหลัง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ค. 69)