
สื่ออินเดียรายงานว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมรัฐอานธรประเทศและรัฐเตลังคานาทางตอนใต้ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในสองรัฐนี้อย่างน้อย 37 รายแล้ว ณ วันเสาร์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.)
รัฐบาลประจำรัฐเตลังคานาออกประกาศเตือนภัยขณะคลื่นความร้อนทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดในเตลังคานาแล้ว 16 ราย ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นจะมอบเงินชดเชย 4,180 ดอลลาร์สหรัฐ (1.36 แสนบาท) แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตแต่ละราย
ส่วนรัฐอานธรประเทศซึ่งอยู่ใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตจากภาวะลมแดดอย่างน้อย 21 ราย โดยเอ็น จันทรบาบู ไนดู มุขมนตรีรัฐอานธรประเทศ ได้ประชุมทบทวนมาตรการเตรียมความพร้อมเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) เพื่อปกป้องประชาชนจากคลื่นความร้อนรุนแรงและอุณหภูมิพุ่งสูง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางการของทั้งสองรัฐได้แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็ก รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดื่มน้ำให้เพียงพอและเลี่ยงออกไปสัมผัสแสงแดดโดยตรง
ทั้งนี้ อินเดียยังครองอันดับพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของโลกในวันเสาร์ โดยข้อมูลจัดอันดับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์จากแพลตฟอร์มติดตามคุณภาพอากาศ AQI.in เมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เผยว่าพื้นที่ร้อนที่สุด 25 อันดับแรกของโลกทั้งหมดอยู่ในอินเดีย บ่งชี้ถึงระดับความรุนแรงของคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
อุณหภูมิสูงสุดในการจัดอันดับโดย AQI.in พุ่งแตะ 47 องศาเซลเซียส โดยเมืองพาราณสี เมืองอาซัมการ์ และเมืองเจาน์ปูร์ ครอง 3 อันดับแรกของโลกด้วยอุณหภูมิเท่ากันที่ 47 องศาเซลเซียส ขณะพื้นที่ส่วนใหญ่ในรายชื่อดังกล่าวอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ค. 69)




