รองผู้ว่าฯ BOJ ชี้ สถานการณ์ตอ.กลางมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องจังหวะเวลาขึ้นดอกเบี้ย

เรียวโซ ฮิมิโนะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงในวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า BOJ จะพิจารณาจังหวะเวลาและอัตราความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเมินควบคู่ไปกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเศรษฐกิจและระดับราคาในประเทศ

ฮิมิโนะตอบข้อซักถามต่อรัฐสภาเกี่ยวกับกรณีที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า “การรักษาความเชื่อมั่นของตลาดว่า เราจะควบคุมเงินเฟ้อได้อย่างเหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเราจะปรับระดับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ระดับราคา และภาวะทางการเงินในระยะข้างหน้า”

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิง ขยับขึ้นไปแตะระดับ 2.8% เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2539 ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นและการขยายตัวทางการคลังของญี่ปุ่น

ฮิมิโนะระบุว่า BOJ คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ ระดับราคา และภาวะทางการเงิน “เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก”

“อย่างไรก็ดี เราจะพิจารณาจังหวะเวลาและอัตราความเร็วในการปรับเปลี่ยนดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเศรษฐกิจและระดับราคาของญี่ปุ่น ตลอดจนประเมินความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะดำเนินไปตามสมมติฐานกรณีฐาน (baseline scenario) ควบคู่กับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง” รองผู้ว่าการ BOJ กล่าวเสริม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)