
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (26 พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน หลังจากมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น และบดบังความหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 64,897.64 จุด ลดลง 260.55 จุด หรือ -0.40%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,742.97 จุด เพิ่มขึ้น 136.94 จุด หรือ +0.53% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,117.85 จุด ลดลง 34.72 จุด หรือ -0.84%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 3.10% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.38%
นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพอย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ในวันจันทร์ (25 พ.ค.) ว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี ซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกฝ่าย
การแสดงความเห็นดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ได้ฉุดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 5.24% แตะระดับ 91.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้านี้
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ดีดตัวขึ้น 1.8% แตะระดับ 97.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากมีรายงานว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของอิหร่าน โดย CENTCOM ระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ จากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





