“อุเอดะ” ชี้ BOJ ไม่ควรพิจารณาราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียวในการดำเนินนโยบายการเงิน

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในวันนี้ (27 พ.ค.) ว่า BOJ ไม่ควรพิจารณาประเด็นราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียวในการดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากผลกระทบของราคาน้ำมันนั้นขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

“การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระดับที่เท่ากัน อาจส่งผลกระทบที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องค่าจ้าง การคาดการณ์ อุปสงค์ และอัตราแลกเปลี่ยน” อุเอดะกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมนานาชาติ ณ กรุงโตเกียวในวันนี้

อุเอดะได้หยิบยกประสบการณ์ในอดีตของญี่ปุ่นเมื่อครั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งสูง เช่น วิกฤตการณ์น้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 และการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 โดยเขากล่าวว่า ผลกระทบอาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ขึ้นอยู่กับว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันนั้นส่งผลกระทบต่อค่าจ้าง การคาดการณ์เงินเฟ้อ และพฤติกรรมการกำหนดราคาของภาคธุรกิจหรือไม่

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การแสดงความเห็นล่าสุดของอุเอดะ มีขึ้นก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปของ BOJ จะจัดขึ้นในวันที่ 15-16 มิ.ย. ขณะที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบันที่ระดับ 0.75% หรือไม่ หลังจากกรรมการ BOJ บางรายได้ระบุถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากสงคราม หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค. 2568 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับนโยบายการเงินกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากยุติการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษที่ดำเนินการมานานนับทศวรรษไปเมื่อเดือนมี.ค. 2567

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 69)