หุ้นบ.สีทาบ้าน “ดูลักซ์” พุ่ง 17% หลังปัดข้อเสนอเทคโอเวอร์จากคู่แข่งรายใหญ่

อั๊คโซ่โนเบล (AkzoNobel) บริษัทสัญชาติดัตช์ เจ้าของแบรนด์สีทาบ้าน ดูลักซ์ (Dulux) ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการด้วยเงินสดจากคู่แข่งรายใหญ่อย่าง นิปปอนเพนต์ (Nippon Paint) และ เชอร์วิน-วิลเลี่ยมส์ (Sherwin-Williams) เป็นที่เรียบร้อยแล้ววันนี้ (27 พ.ค.) ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัททะยานขึ้นกว่า 17% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นอัมสเตอร์ดัมช่วงสายวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

แม้ข้อเสนอเทกโอเวอร์ที่ถูกปัดตกไปนั้น มีการเสนอราคาซื้อสูงถึง 73 ยูโร (ราว 85 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดตลาดล่าสุดอั๊คโซ่โนเบลถึง 39% แต่การปฏิเสธดังกล่าวทำให้หุ้นของอั๊คโซ่โนเบล ดีดตัวขึ้น 17.86% แตะระดับ 61.90 ยูโร เตรียมทำสถิติปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2551 เป็นต้นมา

อั๊คโซ่โนเบลให้เหตุผลที่ปฏิเสธว่า เป็นเพราะข้อเสนอดังกล่าวยังตีราคาประเมินธุรกิจของบริษัทต่ำเกินไป อีกทั้งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ได้หรือไม่ และหากตกลงขายกิจการ บริษัทจะถูกแยกส่วนแบ่งขายให้แก่ผู้เสนอซื้อทั้งสองราย

ตามแผนที่เสนอมานั้น นิปปอนเพนต์จะเป็นผู้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของอั๊คโซ่โนเบล แล้วเก็บส่วนที่เป็นธุรกิจสีทาอาคารและสีเคลือบอุตสาหกรรมไว้ ส่วนแผนกสีพ่นรถยนต์ สีเคลือบทางเรือ และสีฝุ่น จะขายให้กับทางเชอร์วิน-วิลเลี่ยมส์

ทั้งนี้ บอร์ดบริหารของบริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนแผนเดิม คือการจับมือควบรวมกิจการกับแอ็กซอลตา (Axalta) ผู้ผลิตสีเคลือบผิวรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จ จะทำให้เกิดเป็นบริษัทผู้ผลิตสีและสารเคลือบผิวระดับโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดีลควบรวมกับทางอเมริกาดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2569 หรืออย่างช้าต้นปี 2570 ซึ่งในระยะแรกบริษัทที่ควบรวมใหม่จะเข้าจดทะเบียนควบ (dual-listed) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์อัมสเตอร์ดัมและนิวยอร์ก โดยทางอั๊คโซ่โนเบลและแอ็กซอลตาประเมินว่าจะสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้ปีละ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 3 ปีแรกหลังการควบรวมกิจการ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 69)