
นายพรชัย ดวงแก้ววุฒิไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ [ETL] เปิดเผยถึง ทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีปัจจัยหนุนด้านปริมาณงานขนส่งสูงสุดเป็นสถิติใหม่ จากความต้องการขนส่งสินค้าจากจีนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ยังคงส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมปรับแผนบริหารจัดการด้านพลังงานและการขนส่งอย่างใกล้ชิด โดยเปลี่ยนแนวทางจากการมุ่งเน้นปริมาณงานเพียงอย่างเดียว เป็นการความสำคัญกับอัตรากำไรขั้นต้น และ ความสมดุลของเที่ยวการเดินรถมากขึ้น
สำหรับแนวทางบริหารจัดการต้นทุน บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) จากลูกค้าอย่างเป็นระบบ หลังจากราคาต้นทุนพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการประสานงานลูกค้าล่วงหน้าเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน และสามารถทยอยเรียกเก็บต้นทุนดังกล่าวตามเงื่อนไขสัญญาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบติดตามและปรับราคาที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในอนาคต และรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเที่ยวขนส่งให้เกิดความสมดุลทั้งขาไปและขากลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ตู้ขนส่งและลดต้นทุนเที่ยวรถเปล่า โดยเฉพาะเส้นทางจีน–ไทย ที่มีปริมาณสินค้าขาลงสูงกว่าขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จึงได้ควบคุมปริมาณงานจากต้นทางให้สอดคล้องกับศักยภาพการบริหารจัดการ และใช้ฤดูกาลส่งออกทุเรียนของไทยเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มปริมาณสินค้าขากลับสู่จีน คาดว่าจะส่งผลให้สมดุลของการเดินรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนารูปแบบการขนส่งหลากหลาย (Multimodal Service) ในเส้นทางต่างๆ อาทิ เวียดนามเหนือและใต้ ผ่านการผสานเส้นทางขนส่งทางบกและเรือบาร์จเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ปัจจัยบวกจากฤดูกาลส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนไทย ยังช่วยสนับสนุนความต้องการใช้บริการขนส่งห้องเย็น (Cold-Chain Service) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมต่อยอดโครงการขนส่งทุเรียนพรีเมียมจากมาเลเซียไปยังประเทศจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 รวมถึงช่วยเสริมศักยภาพเครือข่ายขนส่งระหว่างประเทศของบริษัทฯให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“ทิศทางการดำเนินงานในไตรมาสนี้ จะให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพของงานมากกว่าปริมาณ’ โดยมุ่งเน้นการเลือกรับงานที่สร้างอัตรากำไรที่เหมาะสม ควบคู่กับการบริหารเที่ยวการขนส่ง และต้นทุนพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกจากฤดูกาลส่งออกสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงความนิยมในการใช้บริการขนส่งห้องเย็น จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค และการพัฒนารูปแบบการขนส่งใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และผลักดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว” นายพรชัย กล่าวเพิ่มเติม
ด้านผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/69 บริษัทฯมีรายได้รวม 518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% ขาดทุนสุทธิ 13 ล้านบาท โดยมีปริมาณงานขนส่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 14% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ด้านต้นทุนการขนส่งมีการปรับเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณงาน และ ปัจจัยค่าน้ำมันยังคงมีผลต่อเนื่อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





