ผลผลิตข้าวสาลีออสซี่ส่อทรุด หลังพิษความขัดแย้งตะวันออกกลางดันต้นทุนพุ่ง

สำนักงานเศรษฐศาสตร์และวิทยาศาสตร์การเกษตรและทรัพยากรแห่งออสเตรเลีย (ABARES) เปิดเผยผ่านรายงานว่า ผลผลิตข้าวสาลีประจำปีของออสเตรเลียมีแนวโน้มลดลง 26% เมื่อเทียบรายปี อันเป็นผลมาจากราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

รายงานสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรซึ่งจัดทำโดย ABARES ที่เผยแพร่วันนี้ (2 มิ.ย.) ระบุว่า ผลผลิตข้าวสาลีในประเทศประจำปี 2569-2570 คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 26.7 ล้านตัน หรือลดลง 26% จากปี 2568-2569 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรอบ 10 ปีอยู่ 8%

ขณะที่รายงานพืชผลอีกฉบับซึ่งจัดทำโดย ABARES และเผยแพร่ในวันเดียวกันชี้ว่า พื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีทั้งหมดคาดว่าจะลดลง 12% เหลือ 10.9 ล้านเฮกตาร์ในปี 2569-2570 ซึ่งถือเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562-2563

โดยรวมแล้ว รายงานคาดว่า ผลผลิตพืชฤดูหนาวของออสเตรเลียจะลดลง 21% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 54.5 ล้านตัน

นอกจากนี้ รายงานยังคาดอีกว่า เกษตรกรจำนวนมากจะปล่อยให้พื้นที่ที่ไถพรวนแล้วว่างเว้นจากการเพาะปลูก เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงและราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งและแนวโน้มปริมาณน้ำฝนในฤดูหนาวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

“ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคเกษตรกรรมของออสเตรเลีย เนื่องจากภาคส่วนนี้เน้นการส่งออกเป็นหลัก และระบบการทำฟาร์มต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ รวมถึงบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้เป็นปัจจัยการผลิต” รายงานระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)