
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการกำกับดูแลธุรกิจที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ (Buy Now Pay Later : BNPL) ว่า ธปท.ได้เตรียมการวางกติกา เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าในปัจจุบัน มีการเปิดให้บริการสินเชื่อดังกล่าวในสินค้าที่ไม่ได้มีความจำเป็นถึงขนาดต้องผ่อนชำระ เช่น ชานมไข่มุก นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้ BNPL ที่ไม่เหมาะสม เช่น การทำให้วินัยการใช้เงินแย่ลง เพราะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น หรือสินค้าฟุ่มเฟือย หรือแม้แต่การที่ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าใจผิดว่าเป็นการกดชำระค่าสินค้า แต่จริง ๆ แล้วกลายเป็นการกดใช้บริการสินเชื่อแบบไม่รู้ตัว เป็นต้น
โดย ธปท.จะมีการวางกติกาเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ เช่น
- การกำหนดคุณสมบัติผู้ใช้บริการ เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำ
- ขอบเขตการให้บริการ เช่น กำหนดประเภทสินค้า มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ
- เพดานดอกเบี้ย เช่น อัตราดอกเบี้ยขั้นสูง

ทั้งนี้ ธปท.มองว่าแนวทางที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวควรจะให้แก่ลูกค้าในการเสนอสินเชื่อนั้น ควรต้องเป็นการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน ต้องไม่มีกรณีที่ทำให้ลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว หรือเป็นการให้สินเชื่อโดยอัตโนมัติทั้งที่ลูกค้าไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอ รวมทั้งจะต้องไม่ให้ลูกค้าชำระ BNPL โดยไม่รู้ตัว
“ธุรกิจ BNPL ไม่ใช่คนร้าย แต่เราจะกำกับดูแล เพื่อไม่ให้คนที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ต้องมาผ่อนโดยที่ไม่มีความจำเป็น” นายวิทัย กล่าว
พร้อมระบุว่า ในระหว่างนี้ ธปท. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อร่างแนวทางกำกับดูแลดังกล่าว 2 ครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละ 30 วัน ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นแนวทางในการกำกับดูแล BNPL ที่ชัดเจนภายใน ต.ค.-พ.ย.69 และเริ่มกำกับดูแลการทำธุรกิจดังกล่าวได้ภายในสิ้นปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)





