เงินบาทเปิด 32.71 อ่อนค่า หลังกังวลตอ.กลางกลับมาตึงเครียด คาดกรอบวันนี้ 32.60-32.80

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.71 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ปิดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาระดับ 32.56 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากอิหร่านโจมตีคูเวตและบาร์เรน ทำให้ตลาดระวัดระวังว่า จะมีการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และหนุนให้ค่าเงินดอลล่าร์ขึ้นส่วนคืนนี้ทางสหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.80 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.89 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันอังคารที่ระดับ 159.72เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1605 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันอังคารที่ระดับ 1.1640 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.564 บาท/ดอลลาร์
  • สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าเดือนที่ 4 “สภาพัฒน์” ชี้ผลกระทบ เศรษฐกิจ 5 ด้าน ห่วงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน น้ำมันนาน แม้ช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย สร้างวิกฤติราคาพลังงานต่อเนื่อง ลามต้นทุน ค่าครองชีพ เงินเฟ้อพุ่ง ซ้ำเติมอุตสาหกรรมเกษตรกรรม เครื่องยนต์หลัก “ส่งออก-ท่องเที่ยว” สัญญาณหดตัวแรง ชี้จุดเปราะบาง ช่องว่างการคลังจำกัด รัฐเสี่ยงไร้กระสุนพยุงเศรษฐกิจ
  • ส.อ.ท.เตือนผู้ผลิต อาจส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภค สศอ.ชี้สงครามตะวันออกกลางฉุดห่วงโซ่อุปทานโลก ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่ม 50-90% ด้านกลุ่มสินค้าจำเป็นประสานเสียง “ต้นทุนยังสูง” ทุกอย่างที่อิงวัตถุดิบปิโตรเลียมขยับถ้วนหน้า “มาม่า-ยูนิลีเวอร์-ลอรีอัล” ไม่ขึ้นราคา จับตาไตรมาส 2 กำไรเปราะบาง รับรู้ผลกระทบต้นทุน
  • ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์จัดเก็บรายได้ของกระทรวงการคลังว่า แม้ช่วง 7 เดือนของปีงบประมาณ 69 กระทรวงการคลังจะเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่ยอมรับว่าในช่วง 5 เดือนที่เหลือนี้จะท้าทายมาก เนื่องจากสถานการณ์มีความแตกต่าง โดยช่วงต้นปีงบประมาณยังไม่เกิดวิกฤติการณ์พลังงาน ต่างจากช่วงต่อจากนี้ที่เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ อิสราเอล-อิหร่าน และก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงไทยอย่างชัดเจน
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาส โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.9% เหลือโต 2.8% ในปี 2569 โดยตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การส่งออกน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียจะกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
  • สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางอย่างคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่กองกำลังทหารของสหรัฐฯ ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่าน โดยเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
  • นักวิเคราะห์จาก U.S. Bank Wealth Management ให้ความเห็นว่า ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าใด การปิดช่องแคบฮอร์มุซก็จะยืดเยื้อออกไปอีก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้เฟดมีโอกาสน้อยลงในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีนี้
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (3 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความตึงเครียดมากขึ้น นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากภาวะสงคราม
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (3 มิ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด
  • เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 41.1% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.1% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
  • สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ อยู่ที่ระดับ 54.5 สูงขึ้นจากระดับ 53.6 ในเดือนเม.ย. และดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 53.7
  • ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 122,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 117,000 ตำแหน่ง จากระดับ 105,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (5 มิ.ย.) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนพ.ค.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)