เท็กซัสผวา พบ “หนอนแมลงวันกินเนื้อ” ครั้งแรกในรอบ 60 ปี คุกคามปศุสัตว์สหรัฐฯ

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) แถลงเมื่อช่วงค่ำวันพุธ (3 มิ.ย.) ว่า พบลูกวัวติดปรสิตหนอนแมลงวันกินเนื้อ หรือแมลงวันสครูว์เวิร์มโลกใหม่ (New World Screwworm) ในเมืองลาพรายเออร์ (La Pryor) รัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 48 กิโลเมตร นับเป็นการรุกล้ำข้ามพรมแดนที่สร้างความตื่นตระหนกและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อฝูงปศุสัตว์ของสหรัฐฯ

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในสหรัฐฯ ต่างเฝ้าระวังการระบาดของหนอนชนิดนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากที่มันแพร่ระบาดขึ้นมาทางตอนเหนือผ่านประเทศเม็กซิโก

สครูว์เวิร์มเป็นแมลงวันปรสิตที่ตัวเมียจะวางไข่ในบาดแผลและเยื่อเมือกของสัตว์เลือดอุ่นทุกชนิด เมื่อไข่ฟักเป็นตัว ตัวอ่อนหลายร้อยตัวจะใช้ปากที่แหลมคมไชเข้าไปกินเนื้อเยื่อที่มีชีวิต และอาจทำให้สัตว์ตายได้หากไม่ได้รับการรักษา ซึ่งการระบาดมักจะแพร่กระจายผ่านการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่มีปรสิตชนิดนี้

แม้คนและสัตว์เลี้ยงอาจติดปรสิตจากแมลงวันชนิดนี้ได้เช่นกัน แต่ความเสี่ยงต่อมนุษย์นั้นต่ำมาก พบในคนได้ยาก และไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยในอาหารแต่อย่างใด

ล่าสุด บรูค โรลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ยืนยันว่าเคสในรัฐเท็กซัสนี้ ถือเป็นกรณีการติดปรสิตที่ได้รับการยืนยันเพียงกรณีเดียวในประเทศ และเป็นการพบปรสิตชนิดนี้ครั้งแรกในรัฐเท็กซัสนับตั้งแต่ปี 2509

หลังจากการตรวจพบ USDA ได้สั่งระงับการเคลื่อนย้ายสัตว์ทั้งหมดในรัศมี 20 กิโลเมตร รอบจุดที่พบปรสิตทันทีเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจาย พร้อมทั้งปล่อยแมลงวันสครูว์เวิร์มที่ทำหมันแล้วลงในพื้นที่ เพิ่มการเฝ้าระวังสัตว์ป่า และส่งทีมรับมือสถานการณ์ลงพื้นที่ นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ยังระบุว่าได้ส่งเครื่องบินบรรทุกยารักษามุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัสแล้ว

ทั้งนี้ แม้การติดปรสิตจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่กระบวนการรักษานั้นต้องใช้เวลา แรงงาน และมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากต้องคีบตัวอ่อนออกทีละตัวหลายร้อยตัวและฆ่าเชื้อที่บาดแผลอย่างละเอียด

การตรวจพบปรสิตข้ามพรมแดนในครั้งนี้ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของสหรัฐฯ หลังจากที่พยายามทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อสกัดกั้นไม่ให้หนอนปรสิตชนิดนี้เข้ามาในประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การระบาดอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในรัฐเท็กซัสเพียงรัฐเดียวสูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ การระบาดยังอาจทำให้จำนวนฝูงโคในสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันลดลงต่ำสุดในรอบ 75 ปี หดตัวลงไปอีก ซึ่งภาวะตึงตัวด้านปริมาณปศุสัตว์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ผลผลิตเนื้อวัวลดลง และดันราคาเนื้อวัวพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์สำหรับผู้บริโภคไปแล้วก่อนหน้านี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)