
บิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือนในการซื้อขายวันนี้ (4 มิ.ย.) ท่ามกลางแรงกดดันจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนสถาบันลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและหันไปลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะ 61,442.7 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน ก่อนฟื้นตัวบางส่วนมาเคลื่อนไหวที่ 63,832.4 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยการปรับตัวลงครั้งล่าสุดทำให้ราคาบิตคอยน์อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อเดือนต.ค. 2568 ประมาณ 50%
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุน Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 396 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ (3 มิ.ย.) ต่อเนื่องจากเงินไหลออกอีกราว 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันได้ถอนเงินรวมกันถึง 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุน Bitcoin ETF
ปัจจัยหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการไหลออกของเงินทุนคือการที่นักลงทุนโยกเงินจากสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีซึ่งไม่มีผลตอบแทนจากการถือครอง ไปยังหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งถูกมองว่ามีปัจจัยพื้นฐานรองรับและได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
นอกจากแรงขายจากกองทุน ETF แล้ว บรรยากาศการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
อีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในสัปดาห์นี้ คือการที่บริษัทสตราเทจี (Strategy) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลก ตัดสินใจขายบิตคอยน์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี
แม้ว่าปริมาณบิตคอยน์ที่ขายออกมาจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่การตัดสินใจดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดข้อกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับความยั่งยืนของโมเดลการบริหารเงินทุนสำรองของบริษัทในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อแนวทางดังกล่าวต้องอาศัยการปรับตัวขึ้นของราคาบิตคอยน์อย่างต่อเนื่องเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางยังคงกดดันตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวม และเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่วงนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)





