
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ (4 มิ.ย.) ว่า ออสเตรเลียมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนเม.ย. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยอดส่งออกทรัพยากรฟื้นตัวขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยยอดนำเข้าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ การค้าของออสเตรเลียพลิกกลับมาเกินดุลในเดือนเม.ย. หลังจากที่มียอดขาดดุลการค้าอย่างผิดคาดที่ 1.0 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการขาดดุลการค้าครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560
รายงานระบุว่า ยอดส่งออกของออสเตรเลียพุ่งขึ้น 7.2% ในเดือนเม.ย. โดยได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกแร่เหล็กและถ่านหินที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากเผชิญกับปัญหาการชะงักงันอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ
ส่วนยอดนำเข้าของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเม.ย. โดยมีปัจจัยหลักมาจากการนำเข้าเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น 41% เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดหาและนำเข้าน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลเพื่อรองรับภาวะขาดแคลนที่เกิดจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ ยอดนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลลดลง 42% ในเดือนเม.ย. หลังจากที่พุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)





