การเดินทางในกรุงลอนดอนต้องเผชิญกับการหยุดชะงักอีกครั้งในวันนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทอันยืดเยื้อระหว่างสหภาพแรงงานกับหน่วยงานการขนส่งของลอนดอนประสบความล้มเหลว ส่งผลให้พนักงานขับรถไฟใต้ดินลอนดอนตัดสินใจผละงานประท้วงระลอกใหม่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางตลอดทั้งวัน
การประท้วงหยุดงานครั้งล่าสุดนี้จัดขึ้นโดยสมาชิกของสหภาพแรงงานการรถไฟ การเดินเรือ และการขนส่ง (RMT) โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 00.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 23.59 น. ของคืนนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรถไฟใต้ดินลอนดอนทุกสาย
ในเช้าวันนี้ ผู้โดยสารต่างได้ยินเสียงประกาศ “งดให้บริการ” และ “บริการล่าช้ามาก” เนื่องจากรถไฟใต้ดินถึง 6 สายต้องปิดให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน ขณะที่อีก 9 สายกำลังเผชิญกับปัญหาความล่าช้า
ชนวนเหตุของการประท้วงเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาระหว่างสหภาพ RMT กับการคมนาคมลอนดอน (TfL) ถึงทางตัน โดยข้อพิพาทที่ยังคงดำเนินอยู่นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อเสนอการปรับลดวันทำงานเป็น 4 วันต่อสัปดาห์
ก่อนหน้านี้ พนักงานขับรถไฟได้เริ่มผละงานประท้วงไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (2 มิ.ย.) หลังจากความพยายามในการเจรจานาทีสุดท้ายล้มเหลว แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้เวลาหารือร่วมกันนานถึง 5 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ โดยมีหน่วยงานเพื่อการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท (Acas) เข้าร่วมด้วย แต่การพูดคุยกลับจบลงโดยไม่มีข้อยุติใด ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว เคยมีการประกาศประท้วงหยุดงานเป็นเวลา 4 วัน ก่อนถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย
ในวันนี้ มีการตั้งแถวประท้วงขึ้นอีกครั้งที่บริเวณด้านนอกสถานีรถไฟใต้ดินต่าง ๆ ซึ่งทางสหภาพ RMT ระบุว่าการประท้วงในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากสมาชิก และคาดว่าการเจรจาจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ทางด้านโฆษกของ TfL กล่าวว่า รู้สึก “ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง” ที่การประท้วงหยุดงานยังคงเกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าทางหน่วยงานตั้งเป้าที่จะเปิดให้บริการรถไฟใต้ดินให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของระบบ พร้อมทั้งระบุเพิ่มเติมว่า จากสถิติการแตะบัตรออยสเตอร์ (Oyster card) และบัตรไร้สัมผัส (contactless) พบว่ายอดผู้ใช้งานตลอดทั้งวันลดลงไปเพียงประมาณ 10% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวลอนดอนและนักท่องเที่ยวยังคงสามารถเดินทางได้แม้มีการประท้วงก็ตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)





