
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น โดยผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา-มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิออก ว่า ยืนยันว่าหลักเกณฑ์การคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ยังเดินหน้าตามเดิม เพราะเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว
โดยเกณฑ์การคัดกรองในครั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้มีการปรับกระบวนการจากการพิจารณารายได้ครอบครัว มาเป็นเกณฑ์รายได้บุคคลแทน เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ที่ยากจนอย่างแท้จริง ให้คนที่ได้รับความเดือนร้อนจริง สามารถเข้าถึงสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงออกเกณฑ์ดังกล่าวมา
“เกณฑ์ที่ออกมานี้ จะเน้นการคัดกรองว่า ทำอย่างไรที่จะได้คนจนอย่างแท้จริง เพราะตอนนี้ เรามีทั้งคน “ยากจน” และคนที่ “อยากจน” คนที่รายได้น้อย กับคนที่อยากมีรายได้น้อย วันนี้เราต้องคัดกรองออกไปก่อน เราต้องดูแลคนจนที่ลำบากที่สุดก่อน ส่วนเกณฑ์เรื่องการลดหย่อนนั้นเป็นหนึ่งในหลาย ๆ เกณฑ์ที่จะตามคนจนอย่างแท้จริง ขอย้ำว่า เราไม่ได้มุ่งเป้าหมายแต่การจะตัดคนออก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ คือ พื้นที่ทางการคลังวันนี้ไม่เยอะ วันนี้อยู่ในภาวะวิกฤต มีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นกลไกหนึ่งในนั้น มีการเพิ่มเงินเข้าไป 4 เดือน เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ของแพง กำลังซื้อลด” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ
ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า หากมีบุตรที่นำชื่อพ่อ-แม่ ไปใช้ลดหย่อนภาษี โดยที่เจ้าตัวไม่รู้นั้น นายวินิจ กล่าวว่า กรณีแบบนี้กระทรวงการคลังยินดีรับฟัง และสามารถยื่นอุทธรณ์เข้ามาได้ หน่วยงานที่รับผิดชอบพร้อมตรวจสอบข้อมูลให้อย่างละเอียด เพราะด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันกระทรวงการคลังมีข้อมูลมากขึ้น และเพียงพอมากกว่าในอดีต ทำให้การคัดกรอง “คนจนไม่จริง” ออก จึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนที่มีหลักฐานยืนยันเข้ามามากว่า ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางรายที่มีการซื้อสินค้าชนิดเดียวในราคา 300 บาททุกเดือน นั่นคือ “ยาดม” เพื่อนำไปขายต่อ และขี่รถจักรยานยนต์ราคาแพงหลายแสนบาท นั่นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องมีการคัดกรองอย่างเข้มข้นในครั้งนี้
สำหรับกลุ่มคนที่อาจหลุดออกจากการได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ นายวินิจ กล่าวว่า ไม่อยากให้เป็นกังวล เพราะโครงการสวัสดิการอื่น ๆ ของรัฐยังคงดำเนินการต่อไป อาทิ สวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 และมาตรการอื่น ๆ ที่รัฐกำลังพิจารณาอยู่ แต่ยืนยันว่าการคัดกรองผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ จะเน้นคนที่ลำบากที่สุด หรือจนจริง ๆ ก่อน ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์ที่ออกมานั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะต้องทำ เพื่อให้เกณฑ์ชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น จึงมีการปรับวิธีการคัดกรองเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น
“วันนี้ไม่อยากให้มากังวลเรื่องนี้ มากเท่ากับการที่เราต้องพิจารณาเอาคนจนอย่างแท้จริงเข้ามารับสวัสดิการด้วย ประเด็นนี้ หากเทียบกับคนที่ไม่มีใครดูแลเลย เราต้องรีบเข้าไปช่วยก่อน ส่วนคนที่มีคนดูแลแต่ยังเดือดร้อนอยู่ รัฐก็ยินดีที่จะเข้าไปดูข้อมูลแล้วมานั่งคุยกัน ว่าหลักเกณฑ์จะเป็นอย่างไร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธคนที่เดือดร้อนจริง ๆ และควรได้รับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้เข้ามารับสวัสดิการก่อน” โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)




