อย.สหรัฐฯ เริ่มศึกษาความปลอดภัยของยาทำแท้ง ปูทางรัฐบาลทรัมป์คุมเข้มการเข้าถึงยา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ได้เริ่มต้นทำการศึกษาความปลอดภัยของยาทำแท้ง หรือ ยาไมเฟพริสโตน (Mifepristone) ซึ่งหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) ว่า ขั้นตอนนี้อาจเป็นการปูทางให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเข้ามาจำกัดการจัดจำหน่ายและการใช้ยาดังกล่าวได้ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ FDA ได้ออกมาระบุเสมอว่า ยาไมเฟพริสโตนยังคงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ

เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาของสหรัฐฯ เพิ่งมีคำสั่งคุ้มครองให้ยังสามารถสั่งจ่ายยาทำแท้งดังกล่าวผ่านระบบแพทย์ทางไกลและจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ต่อไป โดยศาลได้นำกฎระเบียบของรัฐบาลกลางในปี 2566 ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้นกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง ในระหว่างที่ข้อโต้แย้งทางกฎหมายจากรัฐลุยเซียนาซึ่งบริหารโดยพรรครีพับลิกัน กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

รายงานข่าวระบุว่า การศึกษาความปลอดภัยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบขาว โดยจะใช้ข้อมูลจากระบบความปลอดภัยของยาที่มีอยู่เดิม คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 6 เดือน และมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างข้อมูลให้รัดกุมพอที่จะต้านทานข้อวิจารณ์ทางกฎหมายได้

นอกจากนี้ FDA ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อเข้ามารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ยาไมเฟพริสโตนโดยเฉพาะอีกด้วย โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนคาดหวังว่าผลการศึกษาเบื้องต้นภายในองค์กรจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ค. นี้ อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ไม่น่าจะเสร็จสิ้นทันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

ปัจจุบัน การทำแท้งด้วยยาในสหรัฐฯ ซึ่งมักจะเป็นการใช้สูตรยา 2 ชนิด ได้แก่ ยาไมเฟพริสโตน ตามด้วยยาไมโซพรอสทอล (Misoprostol) นั้น คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 2 ใน 3 ของการทำแท้งทั้งหมดในประเทศ โดยจะใช้สำหรับการยุติการตั้งครรภ์ในช่วง 10 สัปดาห์แรก

ทั้งนี้ การต่อสู้เรื่องสิทธิในการทำแท้งระดับชาติปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกาในปี 2565 ที่กลับคำพิพากษาคดี Roe v. Wade ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่เคยให้การรับรองสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้หญิงในการยุติการตั้งครรภ์ และทำให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมายในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2516

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)