ทองสปอต-ฟิวเจอร์ร่วงรับความตึงเครียดตอ.กลาง นลท.แห่ถือดอลลาร์-จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันนี้ (5 มิ.ย.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดลดความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่า เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป

ณ เวลา 13.49 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองคำสปอตลดลง 0.46% สู่ระดับ 4,454.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 0.53% สู่ระดับ 4,481.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำสปอตมีแนวโน้มลดลงประมาณ 2.2% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ค.

แรงกดดันต่อทองคำยังมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ ท่ามกลางรายงานว่าอิหร่านได้ถอยห่างจากการเจรจา ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล ส่งผลให้ความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในภูมิภาคลดน้อยลง

นอกจากนี้ การสู้รบในภาคใต้ของเลบานอนยังคงดำเนินต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านเคยย้ำว่า การหยุดยิงในเลบานอนถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในวงกว้าง ส่งผลให้ตลาดมองว่าความคืบหน้าทางการทูตยังมีอยู่อย่างจำกัด และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยืดเยื้อต่อไป

สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มหนุนราคาน้ำมันและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนพ.ค. ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ ภาวะตลาดแรงงาน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป

นักวิเคราะห์คาดว่าการจ้างงานของสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงอีก ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามอิหร่านและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลง อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด อาจเปิดโอกาสให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หรือแม้แต่พิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ ตลาดแรงงานและเงินเฟ้อถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 4 ครั้งจากทั้งหมด 6 ครั้ง ส่งผลให้ตลาดเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดไว้เดิม เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)