
รัฐบาลอินเดียประกาศในวันนี้ (5 มิ.ย.) ให้ยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gains Tax) แก่นักลงทุนสถาบันต่างชาติและธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) สำหรับรายได้ที่มาจากดอกเบี้ยหรือการขายตราสารหนี้ภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่มีความมั่นคง และช่วยพยุงค่าเงินรูปี
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างชาติจะต้องเสียภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ระยะยาวในอัตรา 12.5% สำหรับหุ้นและพันธบัตรที่จดทะเบียนและถือครองไว้นานกว่า 12 เดือน รวมทั้งยังต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) อีก 20% สำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลอินเดีย ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินรูปีได้อ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและภาวะเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลอินเดียจึงได้ใช้คำสั่งของฝ่ายบริหารในขณะที่สภาปิดสมัยประชุม โดย เทราปที มุรมู ประธานาธิบดีอินเดีย ได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมภาษีเงินได้ประจำปี 2569 (The Income-tax (Amendment) Ordinance, 2026) เพื่อแก้ไขบัญชีแนบท้ายที่ 4 ของกฎหมายภาษีเงินได้ปี 2568 โดยเพิ่มประเภทของรายได้ที่จะได้รับการยกเว้นภาษีหากเชื่อมโยงกับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนี้ ดอกเบี้ยและกำไรที่ได้จากการขาย การแลกเปลี่ยน หรือการโอนตราสารหนี้ภาครัฐ จะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับนิติบุคคลที่กำหนด โดยจะต้องมีการส่งข้อมูลตามที่กำหนดให้แก่เจ้าหน้าที่สรรพากร ทั้งนี้ แถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่า การยกเว้นภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประกาศมาตรการนี้ออกมา ตลาดพันธบัตรและค่าเงินรูปีไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า การยกเว้นภาษีครั้งนี้จะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนหลังหักภาษีให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐของอินเดียมากขึ้น ทำให้ฐานนักลงทุนขยายกว้างขึ้น และช่วยบรรเทาแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)





