
ม.ล. ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) กล่าวว่า KTX ได้วางแผนธุรกิจในปี 69 เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค ด้วยการยกระดับสู่การเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการลงทุนที่ครบถ้วนหลากหลาย และตอบโจทย์นักลงทุนได้ครอบคลุมทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การลงทุน ข้อมูล บทวิเคราะห์ เครื่องมือการลงทุน และบริการที่เกี่ยวข้องไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน
พร้อมทั้งเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งจากโครงสร้างผู้ร่วมลงทุน 2 ฝั่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย [KTB] สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศที่มีฐานลูกค้าและเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และบมจ.อ็กซ์สปริง แคปปิตอล [XPG] ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายและตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ ซึ่งในปีนี้จะทำงานร่วมกับ 2 ผู้ถือหุ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการจากลูกค้าให้มากที่สุด
KTX ตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 69 ไว้ที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 2.4% จากเดิม 2% โดยในปีนี้ปรับโครงสร้างรายได้ครั้งสำคัญด้วยการลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ (Brokerage) เป็น 50% และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่นายหน้า (Non-brokerage) เป็น 50% จากเดิมที่มีโครงสร้างรายได้เป็น 60 : 40 โดยที่ในส่วนของรายได้ Non-brokerage ที่จะเพิ่มขึ้นมานั้น มาจาก 4 ธุรกิจหลัก ดังนี้
1. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivatives Warrants – DW) เปิดโอกาสการลงทุนสู่ดัชนีชั้นนำของเอเชีย พร้อมเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นในการลงทุน
2. ผลิตภัณฑ์ Structured Products ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความซับซ้อนด้านการลงทุนมากขึ้น
3. ตราสารหนี้ และ Bond Connect ขยายโอกาสการลงทุนที่กว้างขึ้น
4. ตัวแทนขายกองทุนรวม เพื่อเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าอย่างครบถ้วน
ขณะเดียวกันในส่วนของในธุรกิจ Brokerage ยังคงมีทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในทุกกลุ่มลูกค้า ประกอบกับ KTX มีฐานที่มั่นคงสำหรับโดยเฉพาะการเป็นผู้นำในการซื้อขายตลาดตราสารแสดงสิทธิการลงทุนหุ้นต่างประเทศ (DR) โดยตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งการตลาดการซื้อขายผลิตภัณฑ์ DR เป็น 30% ในปี 69 เพื่อรักษาตำแหน่ง อันดับ 1 ในตลาด DR และเสริมบทบาทของ KTX ในฐานะผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ลงทุนต่างประเทศที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย
จากแผนธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น KTX ได้เดินตามโรดแมพมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ DW18 ซึ่งเน้นการลงทุนอ้างอิงดัชนีหลักในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุม 7 ดัชนีสำคัญ ได้แก่ HSI, HSCEI, HSTECH, NIKKEI225, VN30, KOSPI200 และ KOSDAQ150 โดย KTX ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาด DW อ้างอิงดัชนีเกาหลีใต้ในประเทศไทย ผ่านการนำ KOSPI200 และ KOSDAQ150 เข้ามาเป็นสินทรัพย์อ้างอิงเป็นรายแรกของอุตสาหกรรม สะท้อนบทบาทของ KTX ในการขยายขอบเขตการลงทุนและสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในตลาดเอเชียได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทย และระบบการซื้อขายในช่องทาง Streaming ที่คุ้นเคย
นอกจากนี้ KTX ได้เพิ่มบริการ KTXInvestMe แพลตฟอร์มที่เป็น Investment Hub เรื่องการลงทุน DW พร้อมเครื่องมือจาก TradingView ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของกลยุทธ์ KTX ในการสร้าง Investment Hub ที่รองรับทั้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ บทวิเคราะห์ คอนเทนต์ความรู้ และเครื่องมือการลงทุนสำหรับ DW โดยเฉพาะ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)





