
ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซียและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียเห็นพ้องกันในวันนี้ (6 มิ.ย.) ว่าจะเพิ่มความน่าสนใจของอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ภายในประเทศ เพื่อดึงดูดเงินทุนไหลกลับเข้ามา และช่วยพยุงค่าเงินรูเปียห์ หลังอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
เพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย เปิดเผยในการแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาว่า ธนาคารกลางร่วมกับกระทรวงการคลังจะเพิ่มความน่าสนใจของผลตอบแทนสินทรัพย์อินโดนีเซีย เพื่อกระตุ้นให้เงินทุนต่างชาติกลับเข้าประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงนโยบายเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญแรงไหลออกของเงินทุนอย่างหนักในปีนี้ โดยตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมากกว่า 30% และค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อแผนการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้เงินอุดหนุนเชื้อเพลิงขยายตัว
แรงกดดันยังสะท้อนผ่านตลาดพันธบัตร โดยการถือครองพันธบัตรอินโดนีเซียของนักลงทุนต่างชาติลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขณะที่ความกังวลยังขยายไปยังประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ความโปร่งใสของตลาดหุ้น และแผนรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ของรัฐบาลปราโบโว
ด้านธนาคารกลางอินโดนีเซียได้เพิ่มการแทรกแซงค่าเงินเพื่อพยุงรูเปียห์ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ควบคู่กับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวในตลาดรองเพื่อบริหารสภาพคล่อง โดยปกติการเข้าซื้อพันธบัตรยังช่วยควบคุมต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ไม่ให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงเกินไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้เริ่มเข้าซื้อคืนพันธบัตรเป็นการชั่วคราวเมื่อเดือนก่อน เพื่อชะลอการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงล่าสุดระหว่างทั้งสองหน่วยงานจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินหรือการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลอย่างไร
ในตลาดพันธบัตร พันธบัตรธนาคารกลางอายุ 1 ปี (SRBI) ถูกขายที่อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 7.25% ในการประมูลเมื่อวันศุกร์ สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีซึ่งอยู่ที่ 6.902%
เพอร์รี วาร์จิโย ระบุเพิ่มเติมว่า ธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับเงินสดของรัฐบาลที่ฝากไว้กับธนาคารกลาง เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและลดความกังวลของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
ด้านปุรบายา ยูธี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกัน ซึ่งมีโฆษกของประธานาธิบดีปราโบโวและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรร่วมด้วยว่า ความร่วมมือระหว่างนโยบายการคลังและการเงินจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าคาดถึง 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค. เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 69)





