
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศมาตรการดูแลตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน หลังเงินวอนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 พร้อมส่งสัญญาณดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อพฤติกรรมเก็งกำไรและธุรกรรมที่อาจสร้างความผันผวนในตลาด
กระทรวงการคลังเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) ภายหลังการประชุมฉุกเฉินร่วมกับธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินว่า รัฐบาลจะเพิ่มการติดตามธุรกรรมอนุพันธ์อัตราแลกเปลี่ยนในต่างประเทศ ตรวจสอบพฤติกรรมที่เข้าข่ายบิดเบือนตลาด และเร่งตรวจสอบธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่อาจผิดกฎหมาย
ภายหลังการประกาศมาตรการดังกล่าว เงินวอนฟื้นตัวในการซื้อขายวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยปรับตัวขึ้นสูงสุด 0.8% แตะ 1,547.25 วอนต่อดอลลาร์ หลังจากร่วงลงกว่า 2% ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) และอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2552 แม้รัฐบาลจะออกมาแทรกแซงด้วยวาจาก่อนหน้านั้นหนึ่งวันก็ตาม
รายงานระบุว่า ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เงินวอนเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้น รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้วอนเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า จะเพิ่มการตรวจสอบธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเงินตราต่างประเทศแบบไม่มีการส่งมอบเงินเมื่อครบกำหนด (Non-Deliverable Forward – NDF) ในตลาดต่างประเทศ หลังพบว่าการเปิดสถานะลงทุนในทิศทางเดียวกันจำนวนมากมีส่วนส่งผลต่อตลาดภายในประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนให้มีการทำธุรกรรมภายในประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ BOK และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินจะร่วมกันตรวจสอบว่าการเก็งกำไรหรือการบิดเบือนตลาดมีส่วนทำให้เงินวอนอ่อนค่าหรือไม่ โดยย้ำว่าจะดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดหากพบการกระทำผิด รวมถึงยังเตรียมตรวจสอบผู้ส่งออกและผู้นำเข้าที่อาจเร่งการชำระเงินหรือชะลอการรับเงินเพื่อแสวงประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินวอน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มิ.ย. 69)





