
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ระบุว่า มาตรการปราบปรามการลงทุนข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย จะไม่กระทบต่อบัญชีลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งในแง่การปิดบัญชีหรือการบังคับล้างพอร์ต ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับชะตากรรมของพอร์ตสินทรัพย์มูลค่าราว 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์
นักลงทุนจีนบางส่วนเริ่มเดินทางไปฮ่องกง เพื่อหาทางเลือกในการรักษาเงินลงทุนของตนในศูนย์กลางทางการเงินแห่งนี้ หลังรัฐบาลปักกิ่งเดินหน้ากวาดล้างการซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนที่ระบุว่า “ผิดกฎหมาย” อย่างเหนือความคาดหมายเมื่อเดือนที่แล้ว
CSRC ระบุว่า มาตรการกวาดล้างและการลงโทษโบรกเกอร์ต่างประเทศฐานช่วยเหลือให้นักลงทุนจีนซื้อหุ้นในตลาดต่างประเทศอย่าง “ผิดกฎหมาย” นั้น ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของโบรกเกอร์เหล่านี้ ซึ่งแถลงการณ์ของ CSRC ถือเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดจนถึงขณะนี้ว่า โบรกเกอร์ต่างประเทศยังสามารถให้บริการออฟชอร์ (offshore) ที่ถูกกฎหมายแก่ลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ต่อไป
“ความปลอดภัยของสินทรัพย์ของนักลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบดังกล่าว” CSRC ระบุในแถลงการณ์ “บัญชีลงทุนที่มีอยู่เดิมจะไม่ถูกบังคับปิด และสินทรัพย์ที่ถือครองในบัญชีเหล่านั้นจะไม่ถูกบังคับขาย” ขณะเดียวกัน นักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ยังสามารถขายสินทรัพย์และโอนเงินออกจากบัญชีที่ได้รับผลกระทบได้ตามปกติ
ความสับสนที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ลงทุนชาวจีนเกี่ยวกับวิธีการจัดการเงินและเงินลงทุนในบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ ซึ่ง Kaiyuan Securities ประเมินว่ามีมูลค่ารวมราว 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ประกอบกับความวิตกกังวลเรื่องการบังคับล้างพอร์ตนั้น ได้จุดชนวนให้เกิดแรงเทขายหุ้นจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ทันทีหลังมีการประกาศมาตรการกวาดล้างเมื่อวันที่ 22 พ.ค.
อย่างไรก็ตาม บริการบางส่วนของโบรกเกอร์ที่เข้าข่ายให้บริการผิดกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงผ่านเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ซื้อขายหลักทรัพย์ จะถูกทยอยยุติลงภายใน 2 ปี
ด้านโบรกเกอร์อย่างไทเกอร์ (Tiger), ฟู่ถู (Futu) และลองบริดจ์ (Longbridge) แจ้งลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่ว่า ตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. จะไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ เปิดสถานะเพิ่ม หรือโอนเงินเข้าเพิ่มได้ แต่บริการในต่างประเทศยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับผลกระทบ
CSRC ชี้ว่า เจตจำนงเชิงนโยบายของมาตรการนี้มีความชัดเจน คือการจัดระเบียบเพื่อทำให้ตลาดทุนสะอาดขึ้น ปกป้องนักลงทุน และสกัดการไหลออกของเงินทุนที่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่า “ไม่มีประเทศหรือภูมิภาคใดที่จะยอมให้สถาบันต่างชาติเข้ามาดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมายภายในพรมแดนของตนได้” และจำเป็นต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้สร้างความปั่นป่วนต่อระเบียบตลาด เพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน และสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนอย่างร้ายแรง
ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามว่าการเข้มงวดในการควบคุมเงินทุนมีเป้าหมายเพื่อดึงเงินเข้าสู่ตลาดทุนในประเทศหรือไม่ หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ระบุเพียงว่า สินทรัพย์จีนยังมีความน่าสนใจ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม “เรายินดีต้อนรับทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดทุนของจีน และร่วมแบ่งปันผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงของประเทศ”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มิ.ย. 69)





