ทรัมป์เผยสหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านสุดสัปดาห์นี้ที่ยุโรป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจลงนามในข้อตกลงสันติภาพอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่ยุโรป และจะตามมาด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการกลับลำจากก่อนหน้านี้ที่เขาใช้คำพูดที่รุนแรงต่ออิหร่าน

“เราเพิ่งบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน และเรากำลังอยู่ในขั้นตอนของการสรุปเอกสารขั้นสุดท้าย ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้” ปธน.ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.)

ปธน.ทรัมป์อ้างว่า อายาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ลงนามอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวแล้ว โดยเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น “บันทึกความเข้าใจที่แข็งแกร่งมาก แม้จะยังเป็นเพียงกรอบแนวคิดในบางส่วน” นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันโดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ด้านสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยังไม่ได้อนุมัติ “ร่างข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นใด ๆ” กับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวฟาร์สรายงานในเวลาต่อมาว่า โอกาสที่ข้อตกลงนี้จะได้รับการอนุมัติจากอิหร่านนั้น “ค่อนข้างสูง” เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ยอมรับข้อความในร่างสัญญาที่อิหร่านเป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล รวมถึงผู้นำคนอื่น ๆ ในภูมิภาค เกี่ยวกับความคืบหน้าครั้งใหม่นี้ พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ จะส่งรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ไปร่วมพิธีลงนามข้อตกลงดังกล่าว

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านให้หนักขึ้น และจะยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน

“จากข้อเท็จจริงที่ว่า การหารือกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ถูกนำเสนอต่อผู้นำระดับสูงสุดของอิหร่าน และได้รับความเห็นชอบแล้ว ผม ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา จึงได้ยกเลิกปฏิบัติการโจมตีและการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านที่เดิมกำหนดมีขึ้นในค่ำวันนี้” ปธน.ทรัมป์กล่าวในวันพฤหัสบดี

ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ประเด็นสุดท้ายของการเจรจาได้รับการอนุมัติจากฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมถึงอิสราเอล ปากีสถาน กาตาร์ ตุรกี และซาอุดีอาระเบีย พร้อมเสริมว่าจะมีการประกาศเวลาและสถานที่สำหรับการลงนามข้อตกลงในไม่ช้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)