
ผู้บริหารจัดการลงทุนจาก 4 รัฐใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ส่งจดหมายเมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) จี้สถาบันจัดทำดัชนีตลาดหุ้น Nasdaq และ FTSE Russell เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์เมื่อเร็ว ๆ นี้อันเอื้อประโยชน์แก่หุ้นของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่พิเศษ (megacap) อื่น ๆ ให้เข้าคำนวณในดัชนีอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ พร้อมทั้งเสนอแนะให้สถาบันผู้จัดทำดัชนีระงับการดำเนินการดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะได้มีการประเมินความเสี่ยงที่จะตกแก่นักลงทุนอย่างถี่ถ้วน
จดหมายถึงทั้งสองสถาบันระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของบริษัทจรวดและดาวเทียมสื่อสารของ อีลอน มัสก์ ที่อาจมีต่อนักลงทุนรายอื่น ๆ ในตลาด ผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อหวังระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
บรรดาขุนคลังของรัฐต่างชี้แจงว่า เมื่อการซื้อขายเริ่มขึ้น มูลค่าอันมหาศาลและโครงสร้างการควบคุมบริษัทที่เบ็ดเสร็จของสเปซเอ็กซ์จะก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ความผันผวนสูง และอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างบริษัทผู้จัดทำดัชนีกับผู้ใช้งานดัชนี
อนึ่ง กองทุนประเภทอิงดัชนี (Passive funds) เตรียมพร้อมที่จะเข้าซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกบรรจุเข้าในดัชนีสำคัญเมื่อใด ทั้งนี้ Nasdaq และ FTSE ต่างได้ผ่อนปรนเกณฑ์การรับหุ้นเข้าดัชนี อาทิ การร่นระยะเวลาประวัติการซื้อขายที่กำหนดให้สั้นลง ในขณะที่ S&P Dow Jones ยังคงยึดมั่นในเกณฑ์เดิมอย่างเคร่งครัด
จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งส่งถึงคณะกรรมการกำกับดูแลดัชนีของ FTSE Russell และบริษัทแม่คือ LSEG ระบุว่า “เราขอวิงวอนให้ท่านทบทวนการเปลี่ยนเกณฑ์การคำนวณดัชนีเสียใหม่ และอย่าได้เห็นแก่ประโยชน์ของบริษัทจดทะเบียนและผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ มากไปกว่าผลประโยชน์และสินทรัพย์ของกองทุนอิงดัชนีที่จะต้องแบกรับภาระจากการตั้งราคาที่ผิดเพี้ยน” ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับสเปซเอ็กซ์ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่จะตามมาในเร็ววันอย่างโอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic)
จดหมายดังกล่าวลงนามโดย โทมัส ดินาโปลี ผู้ตรวจการคลังรัฐนิวยอร์ก, มาร์ก เลวีน ผู้ตรวจการคลังนครนิวยอร์ก, ไมเคิล เฟรริชส์ เหรัญญิกรัฐอิลลินอยส์ และ บรุค เลียร์แมน ผู้ตรวจการคลังรัฐแมริแลนด์ ซึ่งทุกคนล้วนเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์เพื่อการเกษียณอายุของรัฐ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นผู้ซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์ตามกลไกของดัชนีที่เปลี่ยนแปลงไป
จดหมายทำนองเดียวกันนี้ยังถูกส่งไปยัง Nasdaq โดยเฟรริชส์, เลียร์แมน และ เอลิซาเบธ สไตเนอร์ เหรัญญิกรัฐออริกอน โดยเรียกร้องให้ Nasdaq ระงับการใช้กฎเกณฑ์ใหม่นี้เสีย จนกว่าจะได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะมีต่อนักลงทุนอย่างเป็นทางการ
“หากท่านได้ทำการวิเคราะห์แล้ว เราขอร้องให้ท่านเปิดเผยต่อสาธารณชน หากยังไม่ได้ทำ ก็ขอให้อธิบายว่า เหตุใดการเปลี่ยนกฎที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ของนักลงทุนกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถูกนำมาใช้โดยปราศจากการวิเคราะห์ผลกระทบดังกล่าว” จดหมายระบุ
นอกจากนี้ ขุนคลังทั้งหลายยังได้ตั้งข้อซักถามถึงแนวทางการรักษาสมดุลต่อความตึงเครียดทางผลประโยชน์ภายในของ Nasdaq และตั้งข้อสงสัยว่ามีบริษัทใด รวมถึงสเปซเอ็กซ์ หรือที่ปรึกษาของสเปซเอ็กซ์ ได้เข้ามามีบทบาทในการร่างกฎเกณฑ์ใหม่นี้หรือไม่
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง Nasdaq โฆษกของบริษัทได้ชี้แจงผ่านทางอีเมลว่า “ตลาดทุนสาธารณะในตอนนี้ดูผิดแผกไปจากเมื่อทศวรรษก่อนอย่างสิ้นเชิง บริษัทต่าง ๆ นิยมคงสถานะเป็นบริษัทนอกตลาดหุ้นยาวนานขึ้น เมื่อเข้าจดทะเบียนก็มีขนาดใหญ่โตขึ้นมาก และมีโครงสร้างการถือหุ้นที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม การปรับปรุงเกณฑ์คำนวณของดัชนี Nasdaq 100 สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และได้ดำเนินการภายหลังจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนตามแบบแผนแล้ว”
“การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นการเฉพาะ และสอดคล้องกับการปรับปรุงที่สถาบันจัดทำดัชนีชั้นนำอื่น ๆ ได้กระทำโดยอิสระ เพื่อตอบสนองต่อพลวัตของตลาดในลักษณะเดียวกัน” โฆษกของ Nasdaq กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)





