
ชิน ฮยอน-ซง ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 16 ก.ค. เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ
ในถ้อยแถลงเนื่องในวาระครบรอบ 76 ปีของธนาคารกลางเกาหลีใต้ในวันนี้ (12 มิ.ย.) ชินกล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินเพื่อบรรลุเป้าหมายหนึ่งย่อมกระทบต่อเป้าหมายอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้ พร้อมกับย้ำว่า “เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านราคาเป็นอันดับแรก และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยไม่ชักช้า”
ชินกล่าวว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เฟื่องฟู โดยอ้างถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ขยายตัว 1.8% ในไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 26 เดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนพ.ค.
เขากล่าวเสริมว่า การอ่อนค่าของเงินวอน ซึ่งเป็นผลมาจากการเทขายหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติ คาดว่าจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อผ่านราคานำเข้าที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางการเงินกำลังคุกคามเสถียรภาพทางการเงินเช่นกัน โดยข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การปล่อยสินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนพ.ค. โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ชินกล่าวว่า “เมื่อพิจารณาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงินในปัจจุบัน แนวทางสำหรับนโยบายการเงินจึงค่อนข้างชัดเจน”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป
ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค. ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.5% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 แต่ธนาคารกลางระบุว่าจะพิจารณาช่วงเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตโดยอิงจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจยังคงเติบโตโดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)





