
กระทรวงต่างประเทศจีนเปิดเผยวันนี้ (12 มิ.ย.) ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาเตรียมเดินทางเยือนประเทศจีนในสัปดาห์หน้า เพื่อเข้าร่วมการเจรจากับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ปธน.มิน อ่อง หล่าย ซึ่งรัฐบาลของเขาให้คำมั่นที่จะยกระดับการค้ากับจีน จะเดินทางเยือนจีนตั้งแต่วันที่ 15-19 มิ.ย.
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า “จีนตั้งตารอที่จะได้ร่วมมือกับเมียนมา ผ่านการเดินทางเยือนของประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย ในครั้งนี้ เพื่อ… กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
การเดินทางเยือนในครั้งนี้นับเป็นภารกิจเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ของผู้นำเมียนมา นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งปธน.ฝ่ายพลเรือนในเดือนเม.ย. หลังจากที่เขาเดินทางเยือนอินเดียก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ เมียนมาเผชิญกับภาวะโดดเดี่ยวทางการทูต นับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารโดยกองทัพเมื่อปี 2564 ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ อองซาน ซูจี ถูกขับออกจากอำนาจ
กองทัพเมียนมาต้องต้านทานและสู้รบกับกลุ่มกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่หลากหลายนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเป็นต้นมา
ทางการจีน ซึ่งมีความกังวลต่อสถานการณ์ความล่มสลายทางการเมืองในเมียนมา เนื่องจากมีแนวพรมแดนที่ควบคุมได้ยากยาวถึง 2,100 กิโลเมตรนั้น ได้พยายามเข้ามามีบทบาทในการควบคุมกลุ่มกบฏต่าง ๆ ที่สู้รบกับกองทัพเมียนมา
นอกจากนี้ จีนยังได้แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการเลือกตั้งในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มพันธมิตรของกองทัพเมียนมาในภาคการเมืองพลเรือนคว้าชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ
หลังจากปกครองประเทศในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเป็นเวลา 5 ปี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งปธน.ฝ่ายพลเรือนในเดือนเม.ย. ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้สังเกตการณ์ด้านประชาธิปไตยที่มองว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการปกครองโดยระบอบทหารเท่านั้น
ขณะนี้ รัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ได้รื้อฟื้นการเจรจากับประเทศจีนเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและพลังงานที่เคยหยุดชะงักไปเป็นเวลานาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)





